top of page

เตือนอย่างไรให้คนอยากพัฒนา

จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์

Head of Property Management, JLL Thailand

เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

22 April 2026




ในงานบริหารทีม ไม่ว่าจะเป็นหน้างานอาคาร วิศวกรรม หรือทีมสนับสนุน หัวหน้างานต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ต้อง “เตือน” อยู่เสมอ สิ่งที่แยกหัวหน้าทั่วไปออกจากหัวหน้าที่ทีมเชื่อใจ ไม่ได้อยู่ที่ความเข้มงวด หากอยู่ที่วิธีสื่อสารในช่วงเวลานั้น ว่าทำให้คนอยากพัฒนาตัวเอง หรือทำให้เขาถอยห่างจากความรับผิดชอบ


แนวคิดจาก The One Minute Manager ให้ภาพที่ชัดเจนว่า การเตือนสามารถเกิดขึ้นได้อย่างกระชับ ตรงประเด็น และยังคงรักษาความรู้สึกของคนในทีมไว้ได้พร้อมกัน


1. การเตือนคือการดูแลคุณภาพของทีม


หัวหน้างานที่มีประสิทธิภาพมองการเตือนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนางานในชีวิตประจำวัน ทุกครั้งที่มีสิ่งคลาดเคลื่อนจากมาตรฐาน คือโอกาสในการปรับทิศทางให้ทีมกลับมาอยู่ในระดับที่ควรเป็น


การปล่อยให้เรื่องเล็กสะสมไปเรื่อยๆ จะทำให้การสนทนาในภายหลังหนักขึ้นโดยอัตโนมัติ ในทางตรงกันข้าม การเตือนในจังหวะที่เหมาะสมช่วยให้เรื่องจบได้ในระดับเล็ก และไม่ลุกลามไปกระทบทั้งทีม


2. จังหวะที่เร็ว ทำให้คำพูดเบาลง


ความรวดเร็วในการให้ feedback มีผลโดยตรงต่อบรรยากาศของการสนทนา เมื่อเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น ข้อมูลยังชัด ความเข้าใจตรงกัน การสื่อสารจึงไม่ต้องใช้คำอธิบายยืดยาว


หัวหน้างานที่เข้าไปคุยทันที มักใช้เพียงประโยคสั้นๆ ก็เพียงพอให้ทีมเห็นสิ่งที่ต้องปรับ และสามารถแก้ไขได้ในรอบถัดไปโดยไม่เกิดแรงต้าน


3. พูดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ให้ชัดและจับต้องได้


การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจะชี้ไปที่พฤติกรรมหรือผลงานที่เกิดขึ้นจริง เช่น รายงานที่มีตัวเลขไม่ตรง ขั้นตอนงานที่ตกหล่น หรือการตอบคำถามลูกค้าที่ข้อมูลยังไม่ครบ


ความชัดเจนในระดับนี้ช่วยให้พนักงานเห็นภาพเดียวกันกับหัวหน้างาน และรู้ว่าควรปรับตรงจุดใด การตีความเชิงบุคลิกภาพมักทำให้บทสนทนาออกนอกประเด็น และลดโอกาสในการพัฒนาอย่างแท้จริง


4. เชื่อมโยงให้เห็นผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่า


เมื่อพนักงานเข้าใจว่าสิ่งเล็กๆ ในงานประจำวันเชื่อมโยงไปสู่ภาพใหญ่ขององค์กรอย่างไร การปรับปรุงจะเกิดขึ้นจากความตั้งใจภายใน


ตัวเลขในรายงานสะท้อนความน่าเชื่อถือของทีมขั้นตอนงานที่ครบถ้วนสะท้อนความปลอดภัยของผู้ใช้อาคารคำตอบที่ชัดเจนสะท้อนความมั่นใจของลูกค้า


การอธิบายผลลัพธ์ในมุมนี้ทำให้การเตือนมีน้ำหนักโดยไม่ต้องใช้คำพูดที่รุนแรง


5. เว้นจังหวะให้ความคิดได้ทำงาน


หลังจากสื่อสารสิ่งที่ต้องการแล้ว การหยุดสั้นๆ เปิดพื้นที่ให้พนักงานได้ทบทวนและรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง ช่วงเวลานี้ทำให้บทสนทนามีความหมายมากขึ้น และช่วยให้การเรียนรู้เกิดขึ้นภายใน ไม่ใช่เพียงการรับคำสั่ง


6. ปิดบทสนทนาด้วยความเชื่อมั่น


หัวใจของแนวคิดนี้อยู่ที่การยืนยันคุณค่าของตัวพนักงาน หลังจากพูดถึงสิ่งที่ต้องปรับปรุงแล้ว การสื่อสารว่าหัวหน้างานยังเชื่อมั่นในศักยภาพของเขา ทำให้การเตือนกลายเป็นแรงผลักดัน ไม่ใช่แรงกดดัน


ความเชื่อมั่นจากหัวหน้า เป็นหนึ่งในแรงขับที่ทรงพลังที่สุดในการพัฒนาคน


7. เมื่อจบแล้ว ให้ทีมเดินต่อได้ทันที


บทสนทนาที่ดีควรจบลงอย่างชัดเจน และเปิดทางให้พนักงานกลับไปทำงานด้วยความมั่นใจ การไม่หยิบเรื่องเดิมกลับมาพูดซ้ำในโอกาสที่ไม่เกี่ยวข้อง สร้างสภาพแวดล้อมที่คนกล้าลอง กล้าปรับ และกล้าเติบโต


ทีมที่แข็งแรงคือทีมที่เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น และยกระดับตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง


8. บทบาทของหัวหน้างานในวันนี้


โลกการทำงานเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น มาตรฐานงานสูงขึ้น ความคาดหวังของลูกค้าซับซ้อนขึ้น หัวหน้างานจึงต้องมีเครื่องมือในการพัฒนาคนที่ใช้ได้จริงในทุกวัน


การเตือนแบบกระชับ ตรงประเด็น และเคารพในตัวคน เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด เพราะมันเกิดขึ้นในทุกสถานการณ์เล็กๆ ที่รวมกันเป็นคุณภาพของทั้งองค์กร


บทสรุป


การเตือนพนักงานสามารถเป็นบทสนทนาสั้นๆ ที่เปลี่ยนทิศทางของคนและทีมได้ แนวคิดจาก The One Minute Manager แสดงให้เห็นว่าความชัดเจน ความรวดเร็ว และความเชื่อมั่นในตัวคน สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล


หัวหน้างานที่เข้าใจสิ่งนี้ จะสร้างทีมที่พร้อมพัฒนาอยู่เสมอ และยกระดับมาตรฐานของงานได้อย่างต่อเนื่องในทุกวัน

Chakrapan Pawangkarat

  • TikTok
  • Facebook
  • LinkedIn
  • Instagram
  • Youtube
bottom of page