top of page

Design Intent กับสมรรถนะอาคารในระยะยาว: ช่องว่างเชิงระบบระหว่างการออกแบบและการใช้งานจริง

จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์

Head of Property Management, JLL Thailand

เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

11 January 2026



บทนำ


อาคารสมัยใหม่ถูกออกแบบภายใต้มาตรฐานที่สูงกว่าที่เคยมีมาในอดีตไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน ความสบาย ความยืดหยุ่นเชิงโครงสร้าง หรือความสามารถในการรองรับอนาคตอย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบได้ทั่วไปในอาคารจำนวนมาก คือสมรรถนะที่ค่อย ๆ ลดลงในช่วงไม่กี่ปีหลังเปิดใช้งานทั้งที่ระบบทางวิศวกรรมยังอยู่ในสภาพดี


ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงช่องว่างสำคัญระหว่าง “การออกแบบ” และ “การปฏิบัติการ”ซึ่งเป็นจุดที่ Design Intent มักจะหยุดทำงานโดยไม่มีใครสังเกตเห็น


Design Intent ในฐานะระบบปฏิบัติการของอาคาร


Design Intent คือชุดตรรกะที่กำหนดพฤติกรรมของอาคารครอบคลุมการตัดสินใจด้านความจุ ระบบสำรอง ขอบเขตความสบาย กลยุทธ์พลังงาน และการรับมือกับสภาวะแวดล้อมDesign Intent ทำหน้าที่เสมือนระบบปฏิบัติการของอาคาร ซึ่งควบคุมการตัดสินใจทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในระบบ

หากตรรกะนี้ไม่ถูกถ่ายทอดไปสู่ฝ่ายปฏิบัติการ อาคารจะค่อย ๆ สูญเสียความสามารถในการรักษาสมรรถนะตามที่ออกแบบไว้


ช่องว่างของการแปลความหมายเชิงปฏิบัติการ


ในกระบวนการพัฒนาอาคาร ข้อมูลส่วนใหญ่ถูกส่งต่อในรูปแบบเอกสารและแบบก่อสร้างในขณะที่ตรรกะการออกแบบซึ่งเป็นหัวใจของการควบคุมพฤติกรรมระบบกลับไม่ได้ถูกถ่ายทอดอย่างเป็นระบบฝ่ายปฏิบัติการจึงมักรับรู้ระบบผ่าน setpoint, alarm และตารางบำรุงรักษาโดยไม่เห็นความเชื่อมโยงกับสมมติฐานการออกแบบ


สิ่งนี้ก่อให้เกิดการใช้งานที่เบี่ยงเบนจาก Performance Envelope โดยไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน


Operational Design Record (ODR)


Operational Design Record คือกรอบความรู้เชิงระบบที่ทำหน้าที่เป็นคลังตรรกะของอาคารโดยต้องถูกจัดทำควบคู่กับเอกสาร O&M ตั้งแต่ช่วงส่งมอบโครงการ


ODR ควรระบุ

• วัตถุประสงค์เชิงระบบ

• ขอบเขตการทำงานที่ยอมรับได้

• พื้นที่ที่อนุญาตให้ปรับตัว

• รูปแบบการเสื่อมสมรรถนะตามการออกแบบ

• สภาวะผิดปกติที่ถือว่ายอมรับได้ในเชิงปฏิบัติการ


ODR คือแผนที่พฤติกรรมของอาคารในระยะยาว


การแปลงตรรกะการออกแบบสู่ Machine Rules


สมมติฐานด้านวิศวกรรมทุกข้อควรถูกแปลงเป็นกฎเชิงดิจิทัลที่ระบบสามารถรับรู้ได้กฎเหล่านี้ถูกนำไปใช้ใน BMS, AFDD, KPI Engine และ Carbon Accounting


ตัวอย่างเช่น

• ขอบเขต Delta-T กลายเป็น Fault Rule

• Diversity Factor กลายเป็น Load Pattern Alert

• Redundancy Strategy กลายเป็น Failover Priority

• Comfort Model กลายเป็น Control Band

• Energy Budget กลายเป็น Carbon KPI


การแปลงนี้ช่วยให้ตรรกะการออกแบบคงอยู่ในระบบควบคุมตลอดอายุอาคาร


Commissioning เชิงพฤติกรรมระบบ


Commissioning ควรครอบคลุมการทดสอบพฤติกรรมระบบภายใต้สภาวะนอกแบบเพื่อประเมินความสามารถในการรักษา Performance Envelope


การทดสอบควรครอบคลุม

• Envelope Violation Response

• Degradation Pattern

• Override Impact

• Cascade Failure

• Climate Stress


ผลการทดสอบเหล่านี้เป็นหลักฐานว่าระบบยังคงรักษา Design Intent ได้ในเชิงพฤติกรรม


การพัฒนาบุคลากรฝ่ายปฏิบัติการ


บุคลากรฝ่ายปฏิบัติการควรได้รับการพัฒนาให้เข้าใจโครงสร้างการตัดสินใจของระบบไม่ใช่เพียงลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน ความเข้าใจเชิงระบบช่วยให้สามารถประเมินผลกระทบของการปรับตั้งค่าในระยะยาวและลดการเสื่อมสมรรถนะเชิงสะสม


การทำให้ Design Intent มองเห็นได้ใน BMS


BMS สามารถแสดงผล Design Envelope, Performance Drift และ Capacity Margin เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานรับรู้สถานะของอาคารในเชิงตรรกะเมื่อ Design Intent ถูกมองเห็น การตัดสินใจในภาคสนามจะสอดคล้องกับ Performance Envelope มากขึ้น


Design Authority Continuity


อาคารควรมีตำแหน่ง Design Authority Continuity ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลตรรกะการออกแบบกำกับการเปลี่ยนแปลงระบบ และรักษาขอบเขตสมรรถนะในระยะยาวตำแหน่งนี้ช่วยป้องกันการเสื่อมเชิงโครงสร้างของระบบในระดับ Asset


บทสรุป


อาคารสามารถรักษาสมรรถนะได้ตลอดอายุการใช้งานเมื่อ Design Intent ถูกฝังอยู่ในระบบควบคุม กระบวนการทดสอบ และโครงสร้างการตัดสินใจของฝ่ายปฏิบัติการ


การถ่ายทอดความรู้จากการออกแบบสู่การใช้งานจึงเป็นกลไกหลักของ High-Performance Asset ในระยะยาว

Chakrapan Pawangkarat

  • TikTok
  • Facebook
  • LinkedIn
  • Instagram
  • Youtube
bottom of page