ODR: สมองของอาคารยุคดิจิทัล
- Chakrapan Pawangkarat
- 6 days ago
- 1 min read
จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์
Head of Property Management, JLL Thailand
เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
11 January 2026

ในกระบวนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จุดที่ทุกโครงการให้ความสำคัญที่สุดมักอยู่ที่ “แบบ”เพราะแบบคือภาพแทนความตั้งใจ รูปลักษณ์ และฟังก์ชันการใช้งานของอาคาร
อย่างไรก็ตาม ในโลกของทรัพย์สินเชิงสถาบันสิ่งที่กำหนดมูลค่าที่แท้จริงของอาคารตลอดอายุการถือครองอยู่ที่การวางกรอบการดำเนินงานระยะยาวตั้งแต่วันแรกและกรอบนั้นคือ ODR
ODR คืออะไร
ODR – Operational Design Record คือเอกสารที่เจ้าของทรัพย์สินกำหนดทิศทางการดำเนินงานของอาคารตลอดวงจรชีวิตเพื่อให้ทุกการออกแบบ การติดตั้ง และการตัดสินใจด้านระบบเดินไปในทิศทางเดียวกัน
ODR ทำหน้าที่คล้ายรัฐธรรมนูญของทรัพย์สินกำหนดกติกา พฤติกรรม และขอบเขตที่ระบบทุกระบบต้องปฏิบัติตามตั้งแต่การออกแบบ จนถึงการดำเนินงานจริง
ภาพสะท้อนจากอาคารที่เริ่มต้นโดยไม่มี ODR
อาคารจำนวนมากเผชิญรูปแบบเดียวกัน
ค่าใช้พลังงานสูงกว่าที่คาด
ระบบต้องได้รับการปรับแต่งซ้ำหลังเปิดใช้งาน
ทีมปฏิบัติการทำงานเชิงแก้ไขรายวัน
ข้อมูลจาก BMS นำไปใช้เชิงกลยุทธ์ได้จำกัด
ต้นตอของภาพเหล่านี้มักอยู่ที่การไม่มีกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก
ODR เปลี่ยนวิธีทำงานของทีมออกแบบอย่างไร
เมื่อ ODR ถูกกำหนดก่อนเริ่มออกแบบบทสนทนาของทีมโครงการเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
จากการเลือกอุปกรณ์ → สู่การพิสูจน์สมรรถนะ
จากการคุมงบประมาณ → สู่การคุมผลลัพธ์ระยะยาว
จากการส่งแบบ → สู่การรับผิดชอบต่อพฤติกรรมของอาคาร
ทีมออกแบบทำงานภายใต้กรอบเป้าหมายเดียวกันและสามารถเชื่อมโยงผลงานออกแบบกับผลการใช้งานจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม
ตัวอย่าง ODR ที่ใช้งานจริง
หมวด | ODR Target |
Energy | EUI ≤ 95 kWh/m²/yr |
Carbon | ≤ 40 kgCO₂e/m²/yr |
Comfort | 23–25°C / RH 45–55% |
Reliability | System Availability ≥ 99.95% |
Chiller MTTR | ≤ 2 hrs |
Complaint Response | ≤ 15 min |
Data Ownership | Owner owns all BMS & Meter Data |
Load Growth | รองรับ +30% โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างระบบ |
ODR นี้ถูกใช้เป็นเกณฑ์ตรวจรับงาน Commissioning และเป็นฐานข้อมูลสำหรับ ESG และ Energy Audit ในระยะยาว
ODR กับโครงสร้าง Sensor / Meter ที่ทำให้ AI ใช้งานอาคารได้จริง
อาคารจำนวนมากเริ่มพูดถึง AI มีเพียงส่วนน้อยที่มีข้อมูลในระดับที่สามารถวิเคราะห์เชิงพฤติกรรมของระบบได้จริง สาเหตุอยู่ที่โครงสร้าง Sensor และ Meter ที่ไม่ได้ถูกกำหนดเพื่อการวิเคราะห์ตั้งแต่ต้น
ODR คือเอกสารที่ระบุว่าอาคารต้อง “อ่านตัวเองได้ลึกแค่ไหน” ก่อนที่ตำแหน่ง Sensor ตัวแรกจะถูกติดตั้ง
Sensor สำหรับ AI ต้องรองรับการวิเคราะห์เชิงเหตุผล
Sensor สำหรับ AI มีบทบาทในการบอก “พฤติกรรมของระบบ” ตัวอย่างเช่น Chiller Plant ที่มีเฉพาะ kW Meter หลักสามารถทราบเพียงการใช้พลังงานรวมขณะที่โครงสร้างข้อมูลตาม ODR จะมี:
kW / kWh แยกตาม Chiller, Pump, Cooling Tower
Supply / Return Temperature
Differential Pressure
Flow
Valve Position
Status & Alarm State
โครงสร้างข้อมูลระดับนี้ทำให้การวิเคราะห์ประสิทธิภาพความผิดปกติ และแนวโน้มการทำงานของระบบเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
ตัวอย่าง ODR ด้าน Data & Sensor Readiness
หมวด | ODR Requirement |
Metering | Sub-meter ทุก Major Equipment |
IAQ | CO₂ / PM2.5 ทุก Occupied Zone |
Thermal | Temp / RH ทุก Zone |
Hydraulic | Flow + DP ทุก Loop |
Electrical | kW / kWh แยกตาม End Use |
Data Rate | ≥ 1-min Interval |
Data Retention | ≥ 36 เดือน |
Tagging | Haystack / Brick Standard |
เมื่อ ODR ระบุสิ่งเหล่านี้ทีมออกแบบจะต้องพิสูจน์ว่าโครงสร้างข้อมูลรองรับการวิเคราะห์ด้วย AI ได้จริง
คุณค่าที่เจ้าของอาคารได้รับ
ต้นทุนพลังงานและการบำรุงรักษามีทิศทางควบคุมได้
ผลลัพธ์การดำเนินงานสามารถวัดได้จาก KPI ที่ตั้งไว้ตั้งแต่วันแรก
การตัดสินใจด้าน Retrofit และ Upgrade มีฐานข้อมูลรองรับ
สินทรัพย์มีความพร้อมต่อมาตรฐาน ESG และการประเมินจากนักลงทุน
บทสรุป
แบบก่อสร้างให้รูปร่างของอาคารODR กำหนดพฤติกรรมและทิศทางของทรัพย์สิน
การเริ่มต้นด้วย ODRทำให้อาคารถูกพัฒนาในฐานะสินทรัพย์ที่ควบคุมได้และเป็นฐานให้ทีมออกแบบ ทีมบริหาร และเจ้าของอาคารทำงานบนเป้าหมายเดียวกันตั้งแต่วันแรกจนถึงระยะยาว


