Service Continuity ไม่ได้เกิดขึ้นเอง: บทบาทวิศวกรอาคารในช่วงหยุดยาว
- Chakrapan Pawangkarat
- Dec 27, 2025
- 1 min read
จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์
Head of Property Management, JLL Thailand
เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
27 December 2025

ในสายตาคนทั่วไป ช่วงวันหยุดยาวคือช่วงที่อาคารใช้งานน้อยแต่ในสายตาของวิศวกรอาคารผู้มีประสบการณ์นี่คือช่วงเวลาที่ “ระบบอาคารอ่อนไหวที่สุดทั้งเชิงเทคนิคและเชิงความเชื่อมั่น”
ไม่ใช่เพราะเครื่องจักรทำงานหนักขึ้นแต่เพราะ “ระบบสนับสนุน” หายไปเกือบทั้งหมด
ผู้รับเหมาไม่ standby
supplier ไม่เปิด
ฝ่ายจัดซื้อไม่อยู่
decision maker ไม่อยู่
และทีม full staff อยู่ไม่ครบ
กล่าวอีกแบบคือ…อาคารอยู่ในสภาวะที่ต้อง “พึ่งความพร้อมของตัวเอง” มากที่สุดในรอบปี
และนี่คือเหตุผลที่ “การเตรียมการก่อนหยุดยาว” คือพื้นที่ของมืออาชีพตัวจริง
การเตรียมก่อนหยุดยาว ≠ งานเอกสาร
แต่มันคือการล็อกเสถียรภาพของ Service Continuity
เป้าหมายของวิศวกรผู้มีประสบการณ์ไม่ใช่แค่ทำให้ระบบ “ยังทำงาน”
แต่คือทำให้ระบบ คงเสถียรภาพของการให้บริการหลัก (Service Continuity Stability) ได้จริง แม้ในสภาวะที่ทรัพยากรสนับสนุนหายไป
1. อ่านค่า “แนวโน้ม” ไม่ใช่แค่ “ค่าปัจจุบัน”
ระบบส่วนใหญ่ไม่ล้มเหลวแบบฉับพลัน แต่จะค่อย ๆ หลุดจากสมดุลก่อนเกิด Service Continuity Failure
วิศวกรผู้มีประสบการณ์จะอ่านค่าแนวโน้ม (trend) ล่วงหน้า เช่น
• Supply / Return / DP ทุก loop
• Oil temperature, approach temperature, compressor loading ของ chiller
• Vibration & bearing sound ของเครื่องสูบน้ำสำคัญ
• UPS battery impedance
• Phase imbalance ของ MDB
• Alarm latency และ missing alarm
เพราะการอ่านแนวโน้ม คือการอ่าน “อนาคตของเครื่องจักร”
2. ทำแผนที่ Single Point of Failure ให้จบก่อนหยุด
ต้องรู้ชัดเจนว่า:
ระบบไหนขัดข้องแล้วเกิด Service Continuity Failure
ระบบไหนมี redundancy แค่บนแบบ
ระบบไหน auto failover ไม่ได้จริง
และต้องทดสอบ:
Manual bypass
Temporary feed
Black-start / Cold-start
Degraded operation mode
ผู้มีประสบการณ์ไม่เชื่อ redundancy บนกระดาษ
แต่เชื่อเฉพาะ redundancy ที่ผ่านการทดสอบจริง
3. กำหนด Authority & Escalation Chain ล่วงหน้า
ช่วงหยุดยาว = chain of command ไม่ครบ
ต้อง “กำหนดคำตอบ” ไว้ก่อนว่า:
ใครอนุมัติ shutdown
ใครอนุมัติ bypass
ใครเรียก vendor
ใครสั่งซื้ออะไหล่
ใครอนุมัติ temporary solution
เพราะถ้าต้องคิดเรื่องนี้ตอนตีสอง
ความเสถียรของอาคารเริ่มถูกทดสอบแล้ว
4. Critical Spare Readiness ต้อง “เปลี่ยนแล้วรอด”
ไม่ใช่แค่มีอะไหล่แต่ต้องรู้ว่าอะไหล่นั้น
อยู่ที่ไหน
ใช้กับรุ่นไหน
ใครเปลี่ยน
ต้อง calibrate ต่อไหม
ใช้เวลากู้คืนกี่นาที
เพราะอะไหล่ที่ “เปลี่ยนแล้ว run ได้ทันที”
มีค่ามากกว่าอะไหล่ที่ “ต้องรอความรู้”
5. มี Temporary Operation Playbook เสมอ
ผู้มีประสบการณ์จะมี playbook สำหรับกรณี:
Chiller lost 1 unit
Pump lost
Partial power outage
BMS failure
Sensor failure
AHU trip
พร้อมกำหนด:
โหมด degraded
แผน load shedding
ลำดับ zone priority
กติกาการ sacrifice comfort
เป้าหมาย time-to-restore
6. Silence Readiness Test
ก่อนหยุดยาวจริงวิศวกรที่มีประสบการณ์จะ “ซ้อมความเงียบ”
สมมติไม่มี vendor
ไม่มี admin
ไม่มีใครช่วย
แล้วถามตัวเองว่า:
ถ้าระบบนี้ขัดข้องตอนนี้เราสามารถพาอาคารกลับสู่ Service Continuity ได้ด้วยทีมที่มีหรือไม่
ถ้าตอบไม่ได้แปลว่ายังไม่พร้อม
บทสรุป
ช่วงวันหยุดยาวไม่ใช่วันที่งานน้อย
แต่มันคือวันที่ระบบอาคาร
“เปิดข้อสอบความเป็นมืออาชีพ” ให้กับวิศวกร
และการเตรียมก่อนหยุดยาวคือการทำให้อาคาร
ไม่ต้องพึ่งดวง — แต่พึ่งระบบที่ถูกเตรียมมาอย่างมืออาชีพ


