top of page

Winning the Argument, Losing the Relationship

จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์

Head of Property Management, JLL Thailand

เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

11 May 2026



ชนะในบทสนทนา…แล้วแพ้ในความสัมพันธ์


ในโลกของการทำงานที่ทุกอย่างเคลื่อนเร็วและกดดันสูง “บทสนทนา” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจ ขับเคลื่อนงาน และสร้างผลลัพธ์ หลายครั้งเราถูกฝึกให้พูดให้ชัด ตอบให้ไว ให้เหตุผลให้แน่น และยืนให้มั่นในสิ่งที่เชื่อ จนเผลอทำให้บทสนทนากลายเป็นพื้นที่ของการแข่งขันโดยไม่รู้ตัว


เราอยากถูก

เราอยากชนะ

เราอยากให้เรื่องจบตามที่เราคิด


สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิด มันคือธรรมชาติของคนที่รับผิดชอบงานและอยากเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ขณะเดียวกัน มันมี “ต้นทุนที่มองไม่เห็น” ซ่อนอยู่ และต้นทุนนั้นมักจะปรากฏชัดในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น


Jefferson Fisher ชวนมองบทสนทนาในมุมที่แตกต่างออกไป เขาไม่ได้บอกให้เราอ่อนลง หรือหลีกเลี่ยงความจริง เขากำลังชวนให้เราเข้าใจว่า การชนะในบทสนทนาไม่ได้แปลว่าความสัมพันธ์จะแข็งแรงขึ้นเสมอไป และหลายครั้ง มันกำลังทำให้บทสนทนาครั้งถัดไปยากขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว


1. เมื่อบทสนทนาเปลี่ยนเป็นเกม


ทันทีที่เรามองการคุยเป็นเกม

กติกาจะเปลี่ยนทันที


เราฟังเพื่อหาจุดโต้แย้ง

เรารีบตอบก่อนอีกฝ่ายจะพูดจบ

เราเลือกข้อมูลที่สนับสนุนมุมของตัวเอง

เราเพิ่มน้ำเสียงเพื่อคุมสถานการณ์


ภาพทั้งหมดนี้ดูเหมือนความมั่นใจ

ขณะเดียวกันมันค่อยๆ ลด “พื้นที่ปลอดภัย” ของอีกฝ่ายลง


เมื่อคนรู้สึกว่าเขาอยู่ในเกม

เขาจะไม่เปิดใจ

เขาจะปกป้องตัวเอง


และเมื่อถึงจุดนั้น

บทสนทนาไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเข้าใจอีกต่อไป

มันกลายเป็นการเอาตัวรอดในทางความรู้สึก


2. ความจริงที่ไม่ค่อยมีใครยอมรับ


คนไม่ค่อยเปลี่ยนใจ

ในช่วงเวลาที่เขารู้สึกว่ากำลังแพ้


ต่อให้เราพูดมีเหตุผล

ต่อให้ข้อมูลเราถูกต้อง

ต่อให้เราชัดเจนแค่ไหน


ถ้าอีกฝ่ายรู้สึกว่าถูกกด ถูกตัดสิน หรือถูกเอาชนะ

เขาจะปิดตัวเองโดยอัตโนมัติ


เขาอาจพยักหน้า

เขาอาจบอกว่าเข้าใจ

ขณะเดียวกันเขาอาจไม่ได้เชื่อ


สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่ “ความเห็น”

สิ่งที่หายไปคือ “ความกล้าพูดความจริงในครั้งต่อไป”


3. ชนะวันนี้…และเริ่มแพ้ตั้งแต่พรุ่งนี้


ในงานบริหารอาคารหรือการทำงานที่ต้องประสานหลายฝ่าย

ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดจากการคุยครั้งเดียว


มันคือการคุยซ้ำ

คุยต่อเนื่อง

คุยในวันที่สถานการณ์ไม่ง่าย


ถ้าวันนี้เราชนะบทสนทนา

อีกฝ่ายอาจเลือก “เงียบ” ในครั้งถัดไป


เงียบในการประชุม

เงียบในอีเมล

เงียบในประเด็นที่ควรถูกยกขึ้นมา


ความเงียบแบบนี้

อันตรายกว่าความขัดแย้งที่พูดออกมา


เพราะมันทำให้ปัญหาถูกซ่อนไว้

จนมันใหญ่เกินจะแก้ในภายหลัง


4. การสื่อสารในฐานะการบริหารความสัมพันธ์


เมื่อเปลี่ยนมุมมอง

พฤติกรรมจะเปลี่ยนทันที


บทสนทนาไม่ใช่เวทีพิสูจน์ว่าใครเก่งกว่า

มันคือกระบวนการรักษาความสัมพันธ์ให้เดินต่อได้


เราจะเริ่มฟังจนจบ

ไม่ใช่ฟังเพื่อหาช่องตอบ

เราจะยอมให้ความเงียบทำงาน

แทนการรีบปิดประเด็น

เราจะเลือกจังหวะมากกว่าความเร็ว

เราไม่จำเป็นต้อง “เอาให้จบ” ทุกเรื่องในครั้งเดียว


บางบทสนทนาหน้าที่ของมันคือ “เปิดประตู”ไม่ใช่ “ปิดเกม”


5. บทเรียนสำหรับคนที่เป็นผู้นำ


ในฐานะผู้นำ

ความถูกต้องเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสมการ


สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ

ทีมยังรู้สึกปลอดภัยที่จะพูดหรือไม่


ถ้าทีมเริ่มเลือกคำพูดมากขึ้น

ถ้าทีมเริ่มพูดน้อยลง

ถ้าทีมเริ่มรอดูท่าทีมากกว่าความจริง


สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนคุณภาพของทีม

มันสะท้อน “บรรยากาศของบทสนทนา”


ผู้นำที่ดีไม่ได้ชนะทุกครั้งที่พูด

ผู้นำที่ดีทำให้คนอยากพูดด้วยในครั้งต่อไป


บทสรุป


บทสนทนาไม่ได้มีจุดจบแค่ในห้องประชุม

มันต่อเนื่องไปในความรู้สึกของคน


ทุกครั้งที่เราพูด

เรากำลังสร้างหรือทำลายความเชื่อใจ

ทีละเล็กทีละน้อย


คำถามที่สำคัญจึงไม่ใช่

วันนี้เราพูดถูกแค่ไหน


คำถามที่สำคัญกว่าคือ

หลังจากบทสนทนานี้จบลง

อีกฝ่ายยังอยากคุยกับเราอยู่ไหม

Chakrapan Pawangkarat

  • TikTok
  • Facebook
  • LinkedIn
  • Instagram
  • Youtube
bottom of page