top of page

การออกแบบระบบปรับอากาศสำหรับภูมิอากาศร้อนชื้น: แนวคิดเชิงวิศวกรรมเพื่อควบคุมความชื้นและเสถียรภาพของอาคาร

จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์

Head of Property Management, JLL Thailand

Advisory Committee, Air-Conditioning Engineering Association of Thailand

Member ASHRAE, Board of Governors - ASHRAE Thailand Chapter

8 February 2026



บทคัดย่อ


อาคารในภูมิอากาศร้อนชื้นต้องเผชิญภาระความร้อนแฝงในสัดส่วนสูงเมื่อเทียบกับภาระความร้อนสัมผัส การออกแบบระบบปรับอากาศที่มุ่งควบคุมอุณหภูมิเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอ และอาจก่อให้เกิดการสะสมความชื้น การควบแน่นภายในโครงสร้าง การเสื่อมสภาพของวัสดุ และต้นทุนด้านพลังงานที่สูงเกินความจำเป็น บทความนี้นำเสนอหลักการออกแบบระบบ HVAC สำหรับอาคารในเขตร้อนชื้น โดยเน้นการควบคุมแรงดันอาคาร การจัดการอากาศภายนอก และกลยุทธ์การลดความชื้นอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนสมรรถนะด้านพลังงาน สุขภาวะของผู้ใช้อาคาร และความทนทานของทรัพย์สินในระยะยาว


1. บทนำ


ภูมิอากาศร้อนชื้นมีลักษณะเด่นคืออุณหภูมิสูงและมีปริมาณไอน้ำในอากาศสูงตลอดทั้งปี ระบบปรับอากาศในอาคารจึงต้องทำหน้าที่มากกว่าการลดอุณหภูมิ หากแต่ต้องควบคุมระดับความชื้นให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมต่อการใช้งานของอาคารและต่อสุขภาพของผู้ใช้งาน


ประสบการณ์จากหลายโครงการในเขตร้อนชี้ให้เห็นว่า เมื่อประเด็นด้านความชื้นไม่ได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบตั้งแต่ขั้นออกแบบ ปัญหามักปรากฏในรูปของเชื้อรา กลิ่นอับ การกัดกร่อนของวัสดุ และการเสื่อมสภาพของกรอบอาคาร ซึ่งล้วนส่งผลต่อค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งานของทรัพย์สิน


2. กลไกของปัญหาความชื้นในอาคาร


ปัญหาความชื้นภายในอาคารไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลจากการทำงานร่วมกันของหลายองค์ประกอบ ได้แก่

  1. การนำอากาศภายนอกที่มีความชื้นสูงเข้าสู่ระบบโดยขาดกระบวนการลดความชื้นที่เพียงพอ

  2. ความดันอากาศภายในต่ำกว่าภายนอก ทำให้อากาศร้อนชื้นแทรกผ่านรอยต่อของผนัง ฝ้า ช่องเปิด และระบบท่อ

  3. กลยุทธ์ควบคุมที่ใช้อุณหภูมิเป็นตัวแปรหลัก โดยไม่ได้ใช้ค่าความชื้นสัมพัทธ์หรือจุดน้ำค้างร่วมในการตัดสินใจ


เมื่ออากาศที่มีไอน้ำสูงสัมผัสกับพื้นผิวที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิจุดน้ำค้าง จะเกิดการควบแน่นภายในชั้นวัสดุและในระบบท่อ ส่งผลต่อคุณภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคารและเร่งการเสื่อมสภาพของโครงสร้าง


3. การควบคุมแรงดันอาคาร


การรักษาแรงดันอากาศภายในให้สูงกว่าภายนอกเล็กน้อยเป็นแนวทางสำคัญในการลดการไหลซึมของอากาศชื้นเข้าสู่กรอบอาคาร ระดับแรงดันที่เหมาะสมต้องพิจารณาควบคู่กับสมดุลระหว่างลมจ่าย ลมระบายทิ้ง และการรั่วไหลที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ


ในเชิงออกแบบ ระบบควรประกอบด้วยการปรับสมดุลลมอย่างละเอียด การติดตั้งเซนเซอร์ความดันในพื้นที่สำคัญ และการประสานการทำงานระหว่างพัดลมระบายกับระบบปรับอากาศหลัก เพื่อให้ทิศทางการไหลของอากาศอยู่ภายใต้การควบคุมและไม่ก่อให้เกิดจุดสะสมความชื้นในโครงสร้าง


4. การจัดการภาระความร้อนแฝงในระบบ HVAC


4.1 การออกแบบคอยล์เย็นและระบบน้ำเย็น


คอยล์เย็นต้องมีอุณหภูมิผิวต่ำกว่าจุดน้ำค้างของอากาศที่ไหลผ่าน และมีพื้นที่แลกเปลี่ยนความร้อนเพียงพอสำหรับรองรับภาระความร้อนแฝงในระดับสูง การเลือกอุณหภูมิน้ำเย็นและอัตราการไหลควรตั้งอยู่บนการวิเคราะห์ทางอุณหพลศาสตร์อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การลดความชื้นเกิดขึ้นจริงภายใต้สภาวะใช้งานของอาคาร ไม่ใช่อาศัยค่ามาตรฐานทั่วไปเพียงอย่างเดียว


4.2 ระบบควบคุมที่คำนึงถึงความชื้น


การติดตั้งเซนเซอร์วัดความชื้นสัมพัทธ์หรือการควบคุมตามค่าจุดน้ำค้างช่วยให้ระบบสามารถตอบสนองต่อสภาพอากาศจริงได้ดียิ่งขึ้น เช่น การยืดเวลาการทำงานของคอยล์เย็นในช่วงที่ความชื้นสูง แม้อุณหภูมิภายในจะถึงค่าที่ตั้งไว้แล้ว กลยุทธ์ลักษณะนี้ช่วยลดความเสี่ยงของการสะสมความชื้นโดยไม่จำเป็นต้องลดอุณหภูมิห้องให้ต่ำเกินไป


5. การจัดการอากาศภายนอกและกรอบอาคาร


อากาศภายนอกเป็นแหล่งนำความชื้นหลักเข้าสู่อาคารในเขตร้อนชื้น ระบบเติมอากาศจึงควรถูกออกแบบให้มีขั้นตอนการลดความชื้นก่อนจ่ายเข้าสู่พื้นที่ใช้งาน เช่น การแยกระบบอากาศจากภายนอกออกจากระบบปรับอากาศหลัก


ในด้านสถาปัตยกรรมและงานก่อสร้าง กรอบอาคารต้องได้รับการออกแบบและก่อสร้างอย่างรัดกุม ทั้งบริเวณรอยต่อผนัง หน้าต่าง หลังคา และช่องเปิดระบบเครื่องกล เพื่อจำกัดการรั่วซึมของอากาศและลดโอกาสเกิดการควบแน่นภายในชั้นวัสดุ


6. ผลกระทบต่อความยั่งยืนและการบริหารทรัพย์สิน


ระบบ HVAC ที่สามารถควบคุมความชื้นได้อย่างมีเสถียรภาพช่วยลดการใช้พลังงานตลอดอายุอาคาร ยืดอายุการใช้งานของวัสดุ ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ และรักษามูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว


สำหรับอาคารในประเทศไทย การบูรณาการประเด็นเหล่านี้ตั้งแต่ขั้นออกแบบ ไปจนถึงการทดสอบและปรับจูนระบบก่อนเปิดใช้งานจริง ถือเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการพัฒนาอาคารคุณภาพสูงในบริบทเขตร้อน


บทสรุป


การออกแบบระบบปรับอากาศในภูมิอากาศร้อนชื้นจำเป็นต้องก้าวข้ามแนวคิดการควบคุมอุณหภูมิไปสู่การจัดการความชื้นอย่างจริงจัง ทั้งในด้านการควบคุมแรงดันอาคาร การออกแบบระบบลดความชื้น และการป้องกันการแทรกซึมของอากาศผ่านกรอบอาคาร หากหลักการเหล่านี้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ต้นทาง อาคารจะมีสมรรถนะด้านพลังงานที่ดีขึ้น มีคุณภาพสภาพแวดล้อมภายในที่เหมาะสม และมีความทนทานเชิงวิศวกรรมในระยะยาว

Chakrapan Pawangkarat

  • TikTok
  • Facebook
  • LinkedIn
  • Instagram
  • Youtube
bottom of page