ความจริงที่น่ากลัว ในการใช้ลิฟต์อาคารสูง
- Chakrapan Pawangkarat
- 21 hours ago
- 1 min read
จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์
Head of Property Management, JLL Thailand
เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
20 February 2026

ทุกวันที่เราเดินเข้าอาคารสูง กดปุ่มลิฟต์ แล้วปล่อยให้ประตูสแตนเลสปิดลงช้า ๆ เราแทบไม่เคยตั้งคำถามเลยว่า ระบบที่กำลังพาเราขึ้นไป 30–40 ชั้นนั้น ซับซ้อนแค่ไหน
ลิฟต์หนึ่งตัวประกอบด้วยมอเตอร์ขนาดใหญ่ ชุดรอก สลิงเหล็กหลายเส้น ระบบควบคุมความเร็ว เซนเซอร์ตำแหน่ง และระบบเบรกฉุกเฉินที่ต้องทำงานในเสี้ยววินาที หากมีความผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ระบบจะ “สั่งหยุด” ทันที
และนี่คือความจริงข้อแรกที่หลายคนไม่อยากเจอ
ลิฟต์สามารถค้างได้
เมื่อประตูปิด…แล้วทุกอย่างหยุดนิ่ง
สถานการณ์ที่พบได้จริงในอาคารสูงคือ
ไฟฟ้าดับชั่วขณะ
แรงดันไฟตก
ระบบเซนเซอร์ตรวจจับตำแหน่งผิดพลาด
ประตูปิดไม่สนิท
มีสิ่งกีดขวางรางประตู
ระบบจะเลือกหยุดการทำงานทันที เพราะ “ความปลอดภัยมาก่อนความสะดวก”
ไฟยังติดพัดลมยังหมุนตัวลิฟต์หยุดนิ่งระหว่างชั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือ หัวใจของผู้โดยสารเริ่มเต้นเร็ว
บางคนเริ่มคิดถึงภาพลิฟต์ตกจากหนังบางคนกลัวอากาศหมดบางคนรีบงัดประตู
และนี่คือจุดที่อันตรายที่สุด
ความกลัวของมนุษย์ อันตรายกว่าลิฟต์เสีย
ในทางวิศวกรรม ลิฟต์อาคารสูงถูกออกแบบแบบ “Fail-Safe” หมายถึง หากเกิดความผิดปกติ ระบบจะเข้าสู่โหมดปลอดภัยทันที
สลิงไม่ได้มีเส้นเดียว แต่มีหลายเส้นรับน้ำหนักร่วมกัน
มี Governor ควบคุมความเร็ว หากเกินค่าที่กำหนด เบรกจะจับรางทันที
หากไฟดับ ระบบแบตเตอรี่สำรองจะพาลิฟต์ลงจอดชั้นใกล้ที่สุด
ห้องโดยสารไม่ได้ปิดทึบจนขาดอากาศ มีช่องระบายอากาศตลอดเวลา
โอกาสที่ลิฟต์จะ “ร่วงตกลงมาอิสระ” แทบไม่มีในระบบสมัยใหม่
เหตุการณ์ร้ายแรงจำนวนมากที่เกิดขึ้นทั่วโลก มักมีจุดร่วมเดียวกัน คือ ผู้โดยสารพยายามออกจากลิฟต์เองในขณะที่ยังไม่จอดตรงชั้น
การปีนออก
การงัดประตู
การกระโดด
สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจริง
แล้วลิฟต์ค้างเกิดจากอะไรบ่อยที่สุด?
ในอาคารสูงที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ปัจจัยที่ทำให้ลิฟต์หยุดชั่วคราวมักเกี่ยวข้องกับ
ประตูถูกกดค้าง
เซนเซอร์รับสัญญาณผิดพลาด
โหลดเกิน
ระบบป้องกันทำงานก่อนเกิดอันตราย
พูดง่าย ๆ คือ ลิฟต์ “เลือกหยุดก่อนจะเสี่ยง”
ระบบไม่ได้ล้มเหลวมันกำลังปกป้องคุณ
ความจริงที่น่ากลัวกว่าลิฟต์ค้าง
ความเสี่ยงที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ในตัวลิฟต์
แต่อยู่ในอาคารที่ไม่มีการบำรุงรักษาอย่างจริงจัง
ลิฟต์ทุกตัวต้องมี
แผน Preventive Maintenance (PM) ชัดเจน
การทดสอบระบบเบรกและ Governor ตามรอบ
การตรวจสอบสลิงตามอายุการใช้งาน
ระบบสื่อสารฉุกเฉินที่ใช้งานได้จริง
การซ้อมแผนช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ
อาคารที่ให้ความสำคัญกับระบบเหล่านี้ ลิฟต์อาจ “ค้างได้”
แต่แทบไม่เคย “อันตราย”
ถ้าวันหนึ่งลิฟต์หยุดกลางทาง ควรทำอย่างไร
หยุดนิ่ง และหายใจลึก ๆ
กดปุ่ม Alarm หรือ Intercom
รอการติดต่อจากทีมอาคาร
ไม่พยายามงัดหรือปีนออกเอง
ทีมอาคารมีขั้นตอนช่วยเหลือที่เป็นระบบการเปิดประตูจะทำเมื่อมั่นใจว่าระดับพื้นตรงชั้นและปลอดภัยเท่านั้น
ความจริงอีกด้านของเรื่องนี้
เราอาจคิดว่า “ความจริงที่น่ากลัว” คือการติดอยู่ในลิฟต์ระหว่างชั้น 40
แต่ความจริงที่น่ากลัวกว่า คือ การใช้อาคารที่ไม่มีระบบดูแลความปลอดภัยอย่างมืออาชีพ
ลิฟต์ไม่ได้น่ากลัวความประมาทต่างหากที่น่ากลัว
กล่องเหล็กที่พาเราขึ้นสูงหลายสิบเมตรนั้นถูกออกแบบด้วยตรรกะของวิศวกรรมที่รัดกุมมาก
มันอาจหยุดนิ่งได้แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อ “หยุดอย่างปลอดภัย”
ดังนั้นครั้งต่อไปที่ลิฟต์ค้าง อย่าให้จินตนาการพาไปไกลกว่าความจริง เพราะในโลกของอาคารสูงระบบที่ดีไม่ได้หมายถึง “ไม่เคยมีปัญหา”
แต่หมายถึง “เตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาเสมอ”


