top of page

ความจริงที่น่ากลัว ในการใช้ลิฟต์อาคารสูง

จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์

Head of Property Management, JLL Thailand

เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

20 February 2026



ทุกวันที่เราเดินเข้าอาคารสูง กดปุ่มลิฟต์ แล้วปล่อยให้ประตูสแตนเลสปิดลงช้า ๆ เราแทบไม่เคยตั้งคำถามเลยว่า ระบบที่กำลังพาเราขึ้นไป 30–40 ชั้นนั้น ซับซ้อนแค่ไหน


ลิฟต์หนึ่งตัวประกอบด้วยมอเตอร์ขนาดใหญ่ ชุดรอก สลิงเหล็กหลายเส้น ระบบควบคุมความเร็ว เซนเซอร์ตำแหน่ง และระบบเบรกฉุกเฉินที่ต้องทำงานในเสี้ยววินาที หากมีความผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ระบบจะ “สั่งหยุด” ทันที


และนี่คือความจริงข้อแรกที่หลายคนไม่อยากเจอ


ลิฟต์สามารถค้างได้


เมื่อประตูปิด…แล้วทุกอย่างหยุดนิ่ง


สถานการณ์ที่พบได้จริงในอาคารสูงคือ

  • ไฟฟ้าดับชั่วขณะ

  • แรงดันไฟตก

  • ระบบเซนเซอร์ตรวจจับตำแหน่งผิดพลาด

  • ประตูปิดไม่สนิท

  • มีสิ่งกีดขวางรางประตู


ระบบจะเลือกหยุดการทำงานทันที เพราะ “ความปลอดภัยมาก่อนความสะดวก”

ไฟยังติดพัดลมยังหมุนตัวลิฟต์หยุดนิ่งระหว่างชั้น


สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือ หัวใจของผู้โดยสารเริ่มเต้นเร็ว


บางคนเริ่มคิดถึงภาพลิฟต์ตกจากหนังบางคนกลัวอากาศหมดบางคนรีบงัดประตู

และนี่คือจุดที่อันตรายที่สุด


ความกลัวของมนุษย์ อันตรายกว่าลิฟต์เสีย


ในทางวิศวกรรม ลิฟต์อาคารสูงถูกออกแบบแบบ “Fail-Safe” หมายถึง หากเกิดความผิดปกติ ระบบจะเข้าสู่โหมดปลอดภัยทันที

  • สลิงไม่ได้มีเส้นเดียว แต่มีหลายเส้นรับน้ำหนักร่วมกัน

  • มี Governor ควบคุมความเร็ว หากเกินค่าที่กำหนด เบรกจะจับรางทันที

  • หากไฟดับ ระบบแบตเตอรี่สำรองจะพาลิฟต์ลงจอดชั้นใกล้ที่สุด

  • ห้องโดยสารไม่ได้ปิดทึบจนขาดอากาศ มีช่องระบายอากาศตลอดเวลา


โอกาสที่ลิฟต์จะ “ร่วงตกลงมาอิสระ” แทบไม่มีในระบบสมัยใหม่


เหตุการณ์ร้ายแรงจำนวนมากที่เกิดขึ้นทั่วโลก มักมีจุดร่วมเดียวกัน คือ ผู้โดยสารพยายามออกจากลิฟต์เองในขณะที่ยังไม่จอดตรงชั้น

  • การปีนออก

  • การงัดประตู

  • การกระโดด


สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจริง


แล้วลิฟต์ค้างเกิดจากอะไรบ่อยที่สุด?


ในอาคารสูงที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ปัจจัยที่ทำให้ลิฟต์หยุดชั่วคราวมักเกี่ยวข้องกับ

  • ประตูถูกกดค้าง

  • เซนเซอร์รับสัญญาณผิดพลาด

  • โหลดเกิน

  • ระบบป้องกันทำงานก่อนเกิดอันตราย


พูดง่าย ๆ คือ ลิฟต์ “เลือกหยุดก่อนจะเสี่ยง”


ระบบไม่ได้ล้มเหลวมันกำลังปกป้องคุณ


ความจริงที่น่ากลัวกว่าลิฟต์ค้าง


ความเสี่ยงที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ในตัวลิฟต์


แต่อยู่ในอาคารที่ไม่มีการบำรุงรักษาอย่างจริงจัง


ลิฟต์ทุกตัวต้องมี

  • แผน Preventive Maintenance (PM) ชัดเจน

  • การทดสอบระบบเบรกและ Governor ตามรอบ

  • การตรวจสอบสลิงตามอายุการใช้งาน

  • ระบบสื่อสารฉุกเฉินที่ใช้งานได้จริง

  • การซ้อมแผนช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ


อาคารที่ให้ความสำคัญกับระบบเหล่านี้ ลิฟต์อาจ “ค้างได้”


แต่แทบไม่เคย “อันตราย”


ถ้าวันหนึ่งลิฟต์หยุดกลางทาง ควรทำอย่างไร

  1. หยุดนิ่ง และหายใจลึก ๆ

  2. กดปุ่ม Alarm หรือ Intercom

  3. รอการติดต่อจากทีมอาคาร

  4. ไม่พยายามงัดหรือปีนออกเอง


ทีมอาคารมีขั้นตอนช่วยเหลือที่เป็นระบบการเปิดประตูจะทำเมื่อมั่นใจว่าระดับพื้นตรงชั้นและปลอดภัยเท่านั้น


ความจริงอีกด้านของเรื่องนี้


เราอาจคิดว่า “ความจริงที่น่ากลัว” คือการติดอยู่ในลิฟต์ระหว่างชั้น 40


แต่ความจริงที่น่ากลัวกว่า คือ การใช้อาคารที่ไม่มีระบบดูแลความปลอดภัยอย่างมืออาชีพ


ลิฟต์ไม่ได้น่ากลัวความประมาทต่างหากที่น่ากลัว


กล่องเหล็กที่พาเราขึ้นสูงหลายสิบเมตรนั้นถูกออกแบบด้วยตรรกะของวิศวกรรมที่รัดกุมมาก


มันอาจหยุดนิ่งได้แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อ “หยุดอย่างปลอดภัย”


ดังนั้นครั้งต่อไปที่ลิฟต์ค้าง อย่าให้จินตนาการพาไปไกลกว่าความจริง เพราะในโลกของอาคารสูงระบบที่ดีไม่ได้หมายถึง “ไม่เคยมีปัญหา”


แต่หมายถึง “เตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาเสมอ”

Chakrapan Pawangkarat

  • TikTok
  • Facebook
  • LinkedIn
  • Instagram
  • Youtube
bottom of page