ดาต้าเซ็นเตอร์ศูนย์เหรียญ กับ บทเรียนจากทัวร์ศูนย์เหรียญ: เราจะออกแบบอนาคตดิจิทัลของไทยอย่างไร
- Chakrapan Pawangkarat
- 2 days ago
- 1 min read
จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์
Head of Property Management, JLL Thailand
เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
22 February 2026

ประเทศไทยเคยผ่านบทเรียนสำคัญจาก “ทัวร์ศูนย์เหรียญ”ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โรงแรมเต็ม เมืองคึกคักแต่เมื่อมองลึกลงไป รายได้จำนวนมากไม่ได้กระจายสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างแท้จริง
วันนี้เรากำลังยืนอยู่หน้าคำถามในรูปแบบใหม่
ดาต้าเซ็นเตอร์กำลังหลั่งไหลเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไทยถูกมองว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
คำถามคือเรากำลังจะสร้าง “ดาต้าเซ็นเตอร์ศูนย์เหรียญ” หรือไม่
เมื่อไฟของเรา ดินของเรา น้ำของเรา ถูกใช้ แต่คุณค่าอยู่ที่ใด
ดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ใช่อาคารธรรมดามันคือโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติที่ใช้ทรัพยากรเข้มข้น
หากโครงการมีลักษณะดังนี้
ตั้งอยู่บนที่ดินไทย
ใช้ไฟจากโครงข่ายไทย
ได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐไทย
แต่ในขณะเดียวกัน
กำไรหลักไหลกลับบริษัทแม่
เทคโนโลยีและองค์ความรู้ไม่ถูกถ่ายทอด
งานออกแบบขั้นสูงนำเข้าจากต่างประเทศ
วิศวกรไทยมีบทบาทเพียงระดับปฏิบัติการ
ภาพนี้สะท้อนแก่นของคำว่า “ดาต้าเซ็นเตอร์ศูนย์เหรียญ” อย่างชัดเจน
กิจกรรมเกิดในประเทศ
ทรัพยากรถูกใช้ในประเทศ
แต่มูลค่าเพิ่มหลักไม่ได้อยู่ในประเทศ
การแข่งขันใน SEA: ชนะอย่างไรโดยไม่ลดคุณค่า
การแข่งขันกับมาเลเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์ เป็นความจริงเชิงยุทธศาสตร์
ประเทศเหล่านี้กำลังเดินเกมต่างกัน เช่น
มาเลเซียเร่งด้านพลังงานสะอาดและความรวดเร็วในการอนุมัติ
เวียดนามสร้างกรอบกฎหมายดิจิทัลที่ชัดเจน
สิงคโปร์คัดเลือกโครงการตามประสิทธิภาพและทรัพยากรที่จำกัด
คำถามสำคัญคือ
เราจะชนะด้วยการลดเงื่อนไข
หรือชนะด้วยการออกแบบกติกาที่ฉลาดกว่า
การแข่งแบบลดมาตรฐานอาจทำให้ชนะดีลระยะสั้น แต่ประเทศอาจแบกรับต้นทุนโครงสร้างระยะยาว
ประเทศที่ประสบความสำเร็จไม่ได้วัดที่จำนวนเมกะวัตต์ แต่วัดที่คุณค่าที่ตกอยู่กับเศรษฐกิจภายใน
พลังงานคือหัวใจของสมการ
ดาต้าเซ็นเตอร์คือผู้ใช้ไฟรายใหญ่ระดับเมือง
หากอนุญาตเชื่อมต่อโดยไม่เพิ่มกำลังผลิตหรือพลังงานสะอาดใหม่ระบบไฟฟ้าทั้งประเทศจะรับภาระ
นโยบายที่รอบคอบควรตั้งเงื่อนไขชัดเจน เช่น
การเชื่อมต่อใหม่ต้องมาพร้อมแผนจัดหาพลังงานใหม่
ต้องมีเครื่องมือให้ซื้อพลังงานสะอาดได้จริง
ต้องออกแบบระบบให้ช่วยเสริมเสถียรภาพกริด
นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อมแต่มันคือความมั่นคงทางเศรษฐกิจระยะยาว
ความเร็วต้องมาพร้อมความชัดเจน
นักลงทุนระดับโลกต้องการสองสิ่งพร้อมกัน
ความเร็ว
ความแน่นอน
ประเทศไทยแข่งขันได้ หากมี
กระบวนการอนุมัติที่มี SLA ชัดเจน
ระบบ One-stop ที่โปร่งใส
กติกาที่คาดการณ์ได้ระยะยาว
Fast Lane ที่ไม่มีเงื่อนไข คือการเร่งโดยไม่คิด
Fast Lane ที่มีกติกาชัด คือความเป็นมืออาชีพของรัฐ
จากผู้ติดตั้ง สู่ผู้ออกแบบ
หากไม่ต้องการให้ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นเพียงโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ วิชาชีพวิศวกรรมไทยต้องถูกยกระดับ
สิทธิประโยชน์ควรถูกผูกกับ
การตั้งศูนย์ฝึกอบรมเฉพาะทาง
การมีส่วนร่วมของวิศวกรไทยในงานออกแบบระบบขั้นสูง
การวิจัยร่วมด้านประสิทธิภาพในภูมิอากาศร้อนชื้น
เมื่อวิศวกรไทยก้าวสู่ระดับ System Architect หรือ Energy Strategist มูลค่าจะเริ่มหมุนในประเทศ
วัดผลด้วยตัวเลข ไม่ใช่คำสัญญา
คำว่ายั่งยืนต้องมีตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้ เช่น
ประสิทธิภาพพลังงาน
การใช้น้ำ
ความเข้มคาร์บอน
มาตรฐานที่ชัดเจนจะเปลี่ยนการแข่งขันจาก
ใครสร้างได้เร็วที่สุด
ไปสู่
ใครออกแบบได้ดีที่สุด
ระบบนิเวศสำคัญกว่าจำนวนโครงการ
ดาต้าเซ็นเตอร์จะสร้างคุณค่ามากเมื่อเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจริง เช่น
สตาร์ทอัพด้าน AI
บริษัทเทคโนโลยีไทย
งานวิจัยมหาวิทยาลัย
ลูกค้าองค์กรในประเทศ
หากโครงสร้างพื้นฐานแยกขาดจากระบบเศรษฐกิจมันจะเป็นเพียงศูนย์ข้อมูลที่ไม่สร้างการเติบโตเชิงคุณภาพ
ทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย
ประเทศไทยมีสองทางเลือกชัดเจน
เส้นทางแรก
เป็นพื้นที่ตั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ไฟจำนวนมาก
แข่งขันด้วยการลดเงื่อนไข
หวังพึ่งเม็ดเงินลงทุนระยะสั้น
เส้นทางที่สอง
ออกแบบกติกาให้การลงทุนสร้างคน
สร้างความรู้
เสริมความแข็งแกร่งของระบบพลังงานและดิจิทัลในระยะยาว
บทเรียนจากทัวร์ศูนย์เหรียญสอนเราแล้วว่าตัวเลขปริมาณไม่ได้สะท้อนคุณค่าที่แท้จริงเสมอไป
ดาต้าเซ็นเตอร์ศูนย์เหรียญจะเกิดขึ้นหรือไม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนักลงทุน
ขึ้นอยู่กับกติกาที่เรากำหนดในวันนี้
เมื่อไฟในดาต้าเซ็นเตอร์เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
คำถามที่สำคัญกว่าคือ มูลค่าที่แท้จริงอยู่ในประเทศไทยมากเพียงใด


