ทำไมต้องจัดอบรมความปลอดภัยผู้รับเหมาก่อนเข้าทำงานในอาคารทุกคน?
- Chakrapan Pawangkarat
- 12 minutes ago
- 1 min read
จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์
Head of Property Management, JLL Thailand
เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
15 June 2026

บทนำ
ผู้รับเหมาเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในอาคาร เนื่องจากมักเกี่ยวข้องกับงานซ่อมบำรุง งานระบบไฟฟ้า งานเชื่อมตัด งานบนที่สูง งานในพื้นที่อับอากาศ การขนย้ายวัสดุ หรือการปรับปรุงพื้นที่ ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่มีโอกาสก่อให้เกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ การเสียชีวิต หรือแม้กระทั่งเหตุเพลิงไหม้ที่ส่งผลกระทบต่อผู้เช่า ผู้ใช้อาคาร และทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล
ด้วยเหตุนี้ อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม โรงงาน และอาคารขนาดใหญ่ทั่วโลกจึงกำหนดให้ผู้รับเหมาทุกคนต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย (Contractor Safety Induction) ก่อนเข้าปฏิบัติงาน เพื่อให้เข้าใจกฎระเบียบ ความเสี่ยง และวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องภายในอาคาร
การอบรมดังกล่าวไม่ใช่เพียงแนวปฏิบัติที่ดี แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัย และเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของเจ้าของอาคารและผู้บริหารอาคาร
กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร
1. พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554
กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีการฝึกอบรมและชี้แจงด้านความปลอดภัยแก่ลูกจ้าง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อมีการเข้าทำงานใหม่ เปลี่ยนหน้าที่ เปลี่ยนสถานที่ทำงาน หรือมีสภาพการทำงานที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
แม้ว่าผู้รับเหมาจะไม่ได้เป็นลูกจ้างของเจ้าของอาคารโดยตรง แต่การกำหนดให้ผู้รับเหมาผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยก่อนเข้าปฏิบัติงาน ถือเป็นมาตรการสำคัญในการควบคุมความเสี่ยงภายในพื้นที่ของอาคาร
2. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2555
กฎหมายกำหนดให้เมื่อนายจ้างหลายรายปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการเดียวกัน ต้องมีการประสานงานด้านความปลอดภัยและกำหนดมาตรการป้องกันอันตรายร่วมกัน
ในบริบทของอาคารสำนักงานหรืออาคารพาณิชย์สมัยใหม่ มักมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายทำงานร่วมกัน ได้แก่
ผู้บริหารอาคาร
ผู้เช่า
ผู้รับเหมาหลัก
ผู้รับเหมาช่วง
ผู้ให้บริการระบบอาคาร
การประสานงานด้านความปลอดภัยจึงเป็นหน้าที่ที่ไม่อาจละเลยได้ และการจัดอบรม Safety Induction ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการบริหารความปลอดภัยดังกล่าว
3. กฎกระทรวงการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555
กฎหมายกำหนดให้นายจ้างจัดให้มีมาตรการป้องกันอัคคีภัย การฝึกอบรม การซ้อมอพยพ และการเตรียมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน
ผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานในอาคารจึงควรได้รับการชี้แจงอย่างน้อยเกี่ยวกับ
ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้
ทางหนีไฟ
จุดรวมพล
วิธีแจ้งเหตุฉุกเฉิน
การใช้ถังดับเพลิงเบื้องต้น
ข้อกำหนดการทำงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟ (Hot Work)
แนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้
เพื่อให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริง
เจ้าของอาคารอาจไม่ใช่นายจ้างโดยตรง แต่ไม่สามารถละเลยความปลอดภัยของผู้รับเหมาได้
ความเข้าใจที่พบบ่อยคือ ผู้รับเหมาเป็นลูกจ้างของบริษัทผู้รับเหมา ดังนั้นความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยจึงเป็นหน้าที่ของผู้รับเหมาเพียงฝ่ายเดียว
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติและตามหลักการบริหารความเสี่ยงสมัยใหม่ เจ้าของอาคารไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบต่อความเสี่ยงที่เกิดขึ้นภายในอาคารของตนได้
แม้เจ้าของอาคารจะไม่ได้เป็นนายจ้างโดยตรงของผู้รับเหมา แต่เมื่ออนุญาตให้เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่อาคาร เจ้าของอาคารและผู้บริหารอาคารย่อมมีหน้าที่ในการกำหนดมาตรการควบคุมความปลอดภัยที่เหมาะสม รวมถึงการประสานงานด้านความปลอดภัยระหว่างผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้การปฏิบัติงานก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้รับเหมา ผู้เช่า พนักงานประจำอาคาร หรือประชาชนที่อยู่ภายในอาคาร
หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหรือเหตุเพลิงไหม้จากการทำงานของผู้รับเหมา หน่วยงานภาครัฐ บริษัทประกันภัย และผู้มีส่วนได้เสียมักไม่ได้พิจารณาเฉพาะความผิดของผู้รับเหมาเท่านั้น แต่จะตรวจสอบด้วยว่าเจ้าของอาคารได้กำหนดมาตรการควบคุมความปลอดภัยที่เพียงพอหรือไม่ มีการอบรม Safety Induction หรือไม่ มีระบบ Work Permit หรือไม่ มี Hot Work Permit หรือไม่ และมีการกำกับดูแลการทำงานอย่างเหมาะสมหรือไม่
ในหลายกรณี คำถามแรกหลังเกิดอุบัติเหตุคือ
“ผู้รับเหมาคนดังกล่าวได้รับการอบรมด้านความปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่หรือไม่”
“ได้รับการชี้แจงกฎระเบียบและขั้นตอนฉุกเฉินของอาคารหรือไม่”
“มีเอกสารยืนยันการรับทราบความเสี่ยงหรือไม่”
หากไม่มีหลักฐานดังกล่าว เจ้าของอาคารอาจเผชิญความเสี่ยงทั้งด้านกฎหมาย ความรับผิดทางแพ่ง การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน การเคลมประกัน และผลกระทบต่อชื่อเสียงองค์กร
ดังนั้น แม้ผู้รับเหมาจะไม่ใช่ลูกจ้างของเจ้าของอาคาร แต่ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทำงานของผู้รับเหมายังคงเป็นความเสี่ยงของอาคาร และเป็นความเสี่ยงของเจ้าของทรัพย์สินด้วยเช่นกัน
เหตุใดการอบรมก่อนเข้าทำงานจึงมีความสำคัญ
การอบรมด้านความปลอดภัยช่วยให้ผู้รับเหมาเข้าใจสภาพแวดล้อมเฉพาะของอาคารแต่ละแห่ง ซึ่งอาจแตกต่างจากสถานที่ทำงานเดิม
ผู้รับเหมาจะได้รับทราบว่า
พื้นที่ใดเป็นพื้นที่หวงห้าม
พื้นที่ใดมีความเสี่ยงสูง
วิธีขออนุญาตทำงาน
วิธีแจ้งเหตุฉุกเฉิน
ช่องทางการติดต่อผู้รับผิดชอบ
ขั้นตอนการอพยพ
กฎการใช้ลิฟต์ขนของ
มาตรการป้องกันอัคคีภัย
การใช้ PPE ที่ถูกต้อง
ความรู้เหล่านี้ช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายต่อระบบอาคาร และผลกระทบต่อผู้เช่าได้อย่างมีนัยสำคัญ
หัวข้อที่ควรอยู่ใน Contractor Safety Induction
ก่อนอนุญาตให้ผู้รับเหมาเข้าปฏิบัติงาน ควรมีการอบรมอย่างน้อยในหัวข้อดังต่อไปนี้
กฎระเบียบด้านความปลอดภัยของอาคาร
ระบบการขออนุญาตทำงาน (Work Permit System)
Hot Work Permit
Lockout/Tagout (LOTO)
การทำงานบนที่สูง
การทำงานกับไฟฟ้า
การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์อย่างปลอดภัย
การใช้ PPE
การจัดการสารเคมี
การป้องกันอัคคีภัย
ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน
ทางหนีไฟและจุดรวมพล
การรายงานอุบัติเหตุและ Near Miss
การควบคุมผู้รับเหมาช่วง
กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของอาคาร
บทสรุป
การจัดอบรมความปลอดภัยให้ผู้รับเหมาก่อนเข้าปฏิบัติงานไม่ใช่เพียงขั้นตอนทางเอกสารหรือข้อกำหนดภายในของอาคาร หากเป็นมาตรการพื้นฐานที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบของเจ้าของอาคาร ผู้บริหารอาคาร และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน
กฎหมายด้านความปลอดภัยของไทยกำหนดให้มีการบริหารจัดการความเสี่ยง การประสานงานด้านความปลอดภัย และการเตรียมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม การอบรม Contractor Safety Induction จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถปฏิบัติตามกฎหมาย ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุ และแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานตามหลัก Due Diligence ที่ผู้ถือครองทรัพย์สินควรปฏิบัติ
ท้ายที่สุด ผู้รับเหมาอาจไม่ใช่พนักงานของอาคาร แต่เมื่อเข้ามาทำงานภายในอาคารแล้ว ความปลอดภัยของผู้รับเหมา ผู้เช่า พนักงาน และผู้ใช้อาคารทุกคน ย่อมเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าของอาคารที่มีหน้าที่ดูแลให้สถานที่แห่งนั้นปลอดภัยสำหรับทุกคนที่เข้ามาใช้งาน


