top of page

ผู้บริหารอาคาร: จุดเริ่มต้นของเมืองที่มีขยะน้อยลง

จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์

Head of Property Management, JLL Thailand

เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

27 March 2026



ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “ปัญหาขยะ” ได้กลายเป็นหนึ่งในความท้าทายระดับเมืองที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันจัดการ ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ฝังกลบที่มีข้อจำกัด และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ทำให้หลายเมืองเริ่มมองหาแนวทางใหม่ในการบริหารจัดการ ซึ่งส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับปลายทาง เช่น โรงกำจัดขยะ หรือระบบรีไซเคิลระดับเมือง


อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพอยู่ที่ “ต้นทาง” และหนึ่งในกลไกสำคัญของต้นทางนั้นคือ “ผู้บริหารอาคาร” อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม และโครงการขนาดใหญ่ ล้วนเป็นแหล่งกำเนิดขยะในปริมาณสูงและมีความต่อเนื่องทุกวัน หากระบบภายในอาคารได้รับการออกแบบและบริหารอย่างเหมาะสม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสามารถขยายผลไปสู่ระดับเมืองได้อย่างชัดเจน


1. ลดการสร้างขยะตั้งแต่ต้นทาง: เมื่อพฤติกรรมในอาคารกำหนดทิศทางของเมือง


การลดขยะที่มีประสิทธิภาพที่สุดเริ่มต้นจากการ “ลดการสร้าง” ผู้บริหารอาคารสามารถกำหนดแนวทางที่มีผลต่อพฤติกรรมของผู้ใช้อาคารได้โดยตรง เช่น การส่งเสริมการใช้วัสดุที่นำกลับมาใช้ซ้ำ การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การสนับสนุนให้ร้านค้าและผู้เช่าใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการกำหนดมาตรฐานกลางของอาคารเพื่อควบคุมรูปแบบการใช้วัสดุ


เมื่อมาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นในอาคารที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจะสะท้อนออกมาในระดับที่กว้างขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้วัสดุแบบใช้ครั้งเดียวในภาพรวมของเมืองลดลงตามไปด้วย


2. คัดแยกขยะที่ต้นทาง: เปลี่ยนขยะให้กลับมาอยู่ในระบบเศรษฐกิจ


ขยะจำนวนมากสูญเสียโอกาสในการนำกลับมาใช้ใหม่จากการปนเปื้อน การคัดแยกตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นหัวใจสำคัญ ผู้บริหารอาคารสามารถออกแบบระบบที่ช่วยให้การแยกขยะเป็นเรื่องง่ายและชัดเจน เช่น การแยกขยะอาหารออกจากขยะทั่วไป การจัดหมวดหมู่ขยะรีไซเคิลให้เหมาะสม และการจัดการขยะที่สามารถนำไปผลิตพลังงาน


เมื่อขยะได้รับการแยกอย่างถูกต้อง คุณภาพของวัสดุจะดีขึ้นทันที ส่งผลให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดภาระของระบบกำจัดขยะในภาพรวม


3. การจัดการห้องขยะรวม: ยกระดับพื้นที่หลังบ้านให้เป็นระบบควบคุมคุณภาพ


ห้องขยะรวมมีบทบาทสำคัญในฐานะจุดควบคุมคุณภาพของขยะที่เกิดขึ้นภายในอาคาร ผู้บริหารอาคารสามารถกำหนดกระบวนการตรวจสอบ การคัดแยกเพิ่มเติม และการจัดเก็บให้เหมาะสมกับประเภทของขยะแต่ละชนิด เช่น การรักษาสภาพขยะรีไซเคิลให้แห้งและสะอาด การบริหารจัดการขยะอาหารเพื่อลดผลกระทบด้านสุขอนามัย และการจัดเตรียมขยะสำหรับการนำไปใช้เป็นพลังงาน


การบริหารพื้นที่นี้อย่างเป็นระบบช่วยเพิ่มอัตราการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ และช่วยให้ขยะที่เหลือมีปริมาณลดลงอย่างมีนัยสำคัญ


4. สร้างเครือข่ายผู้รับซื้อ: เปลี่ยนขยะให้เป็นมูลค่า


การคัดแยกที่ดีควรเชื่อมต่อกับปลายทางที่เหมาะสม ผู้บริหารอาคารสามารถสร้างเครือข่ายผู้รับซื้อวัสดุรีไซเคิล และผู้ให้บริการด้านการแปรรูปขยะ เพื่อให้วัสดุที่แยกแล้วสามารถเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง


เมื่อระบบนี้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขยะจะถูกมองในมุมใหม่ในฐานะทรัพยากรที่สร้างมูลค่า ทั้งในรูปแบบรายได้จากวัสดุรีไซเคิล และการลดต้นทุนการจัดการขยะในระยะยาว


5. ลดปริมาณขยะที่ออกสู่เมือง: จากอาคารสู่ผลลัพธ์ระดับระบบ


เป้าหมายสำคัญของการบริหารจัดการขยะในอาคาร คือการลดปริมาณขยะที่ต้องถูกนำไปฝังกลบหรือกำจัดในระบบของเมือง เมื่อขยะได้รับการจัดการตั้งแต่ต้นทางและผ่านกระบวนการที่เหมาะสม ปริมาณขยะส่วนที่เหลือจะลดลงอย่างชัดเจน


เมื่ออาคารจำนวนมากดำเนินการในแนวทางเดียวกัน ภาพรวมของเมืองจะเปลี่ยนไป ระบบจัดการขยะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ภาระของพื้นที่ฝังกลบลดลง และการใช้ทรัพยากรเกิดขึ้นอย่างคุ้มค่ามากขึ้น


บทสรุป: อาคารคือจุดเริ่มต้นของระบบเมืองที่ยั่งยืน


ผู้บริหารอาคารในปัจจุบันมีบทบาทที่เชื่อมโยงระหว่าง “พฤติกรรมของผู้คน” และ “ระบบของเมือง” การออกแบบระบบจัดการขยะภายในอาคารจึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืน


เมื่ออาคารสามารถจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมืองจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และเมื่อแนวทางนี้ขยายตัวในวงกว้าง มาตรฐานใหม่ของการพัฒนาเมืองจะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้นจากอาคารแต่ละแห่ง

Chakrapan Pawangkarat

  • TikTok
  • Facebook
  • LinkedIn
  • Instagram
  • Youtube
bottom of page