ห้องผ่าตัดต้องไม่หยุด: ออกแบบอย่างไรให้เดินหน้าต่อได้ในวันที่เกิดไฟไหม้หรือแผ่นดินไหว
- Chakrapan Pawangkarat
- 14 hours ago
- 1 min read
จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์
Head of Property Management, JLL Thailand
Advisory Committee, Air-Conditioning Engineering Association of Thailand
Member ASHRAE, Board of Governors - ASHRAE Thailand Chapter
12 February 2026

1. ห้องที่ไม่สามารถอพยพได้ทันที
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นจากชั้นล่างของอาคาร มีรายงานว่ามีกลุ่มควันจากห้องเก็บของใกล้โถงบริการ ขณะเดียวกัน บนชั้นผ่าตัด ศัลยแพทย์กำลังเย็บเส้นเลือดเส้นสุดท้ายของเคสใหญ่ที่ใช้เวลาหลายชั่วโมง สำหรับคนทั่วไป เหตุฉุกเฉินหมายถึงการรีบออกจากอาคารให้เร็วที่สุด แต่สำหรับห้องผ่าตัด เรื่องไม่ง่ายแบบนั้น คนไข้ที่อยู่บนเตียงผ่าตัดไม่สามารถลุกขึ้นเดินหนีได้ เขาอยู่ภายใต้ยาสลบ เชื่อมต่อกับเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์ที่ต้องทำงานต่อเนื่องทุกวินาที การเคลื่อนย้ายกลางคันอาจเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าลดความเสี่ยง ดังนั้นคำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าจะอพยพอย่างไร แต่คือจะออกแบบอย่างไรให้สามารถประคองสถานการณ์ได้โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายโดยไม่จำเป็น
2. ทำให้เหตุหยุดอยู่ในขอบเขตจำกัด
แนวคิดสำคัญของอาคารโรงพยาบาลคือการแบ่งพื้นที่เป็นโซน หากเกิดไฟหรือควันในจุดหนึ่ง โครงสร้างและระบบต้องช่วยกักไว้ไม่ให้ลามไปทั่วทั้งอาคาร ไฟที่เริ่มในห้องเล็ก ๆ ควรถูกควบคุมให้อยู่ในพื้นที่นั้น ไม่กระทบทางเดินหรือชั้นผ่าตัด หากเกิดแผ่นดินไหว อาคารควรรับแรงสั่นสะเทือนได้โดยไม่ส่งผลเป็นลูกโซ่ไปยังพื้นที่สำคัญ หลักคิดเรียบง่ายคืออย่าให้เหตุการณ์เฉพาะจุดกลายเป็นวิกฤตทั้งตึก ห้องผ่าตัดจึงควรอยู่ในตำแหน่งที่ได้รับการป้องกันมากกว่าพื้นที่ทั่วไป มีผนัง ประตู และเส้นทางสัญจรที่ช่วยลดความเสี่ยงจากพื้นที่ข้างเคียง
3. ไฟฟ้าที่ต้องต่อเนื่องตลอดเวลา
ในห้องผ่าตัด ไฟไม่ควรกะพริบแม้เพียงเสี้ยววินาที จอภาพ เครื่องช่วยหายใจ หรืออุปกรณ์ผ่าตัดต้องทำงานต่อเนื่อง ระบบไฟสำรองจึงถูกเตรียมไว้หลายชั้น เมื่อไฟหลักมีปัญหา ระบบสำรองจะรับช่วงทันทีโดยแทบไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างไม่ควรพึ่งพาแหล่งจ่ายเพียงจุดเดียว หากส่วนหนึ่งขัดข้อง ส่วนอื่นยังทำงานต่อได้ เพราะในสถานการณ์ฉุกเฉิน ความมืดหรือการหยุดชะงักเพียงชั่วครู่สามารถสร้างผลกระทบที่รุนแรงได้
4. อากาศสะอาดและสภาวะแวดล้อมที่ควบคุมได้
ควันสามารถเดินทางผ่านระบบลมได้อย่างรวดเร็ว หากระบบไม่ได้แยกอย่างเหมาะสม ควันจากพื้นที่หนึ่งอาจเข้าสู่ห้องผ่าตัดได้ ห้องผ่าตัดที่เตรียมพร้อมจึงมีระบบลมที่แยกจากพื้นที่เสี่ยง หากโซนอื่นมีปัญหา ระบบของห้องผ่าตัดยังทำงานได้ตามปกติ แรงดันอากาศถูกควบคุมเพื่อป้องกันการไหลย้อนของควัน ทำให้ทีมแพทย์สามารถจดจ่อกับการดูแลคนไข้โดยไม่ต้องกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก
5. แผ่นดินไหวกับรายละเอียดที่ไม่ควรมองข้าม
เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่โครงสร้างอาคาร แต่รวมถึงการยึดรัดเครื่องมือ ถังแก๊ส ตู้ไฟ และระบบท่อต่าง ๆ หากสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ติดตั้งอย่างมั่นคง อาจล้ม กระแทก หรือรั่ว และก่อให้เกิดอันตรายซ้ำซ้อน การเตรียมพร้อมจึงต้องใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ ทุกชิ้นควรถูกออกแบบและติดตั้งให้ทนต่อแรงสั่นสะเทือนได้ เพื่อไม่ให้กลายเป็นจุดอ่อนในช่วงเวลาวิกฤต
6. ทางเลือกสำรองและการตัดสินใจที่ชัดเจน
แม้จะวางแผนรอบคอบเพียงใด ก็ยังต้องมีแผนสำรอง โรงพยาบาลที่คิดไกลจะมีพื้นที่ผ่าตัดสำรองอยู่คนละโซน ใช้ระบบคนละชุด หากจำเป็นจริง ๆ สามารถย้ายเคสได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งมีเกณฑ์ตัดสินใจที่ชัดเจนว่าเมื่อไรควรเดินหน้าต่อ เมื่อไรควรหยุด หรือเมื่อไรควรย้าย ทีมแพทย์ วิศวกร และผู้บริหารต้องซ้อมสถานการณ์ร่วมกันเพื่อให้ทุกคนเข้าใจบทบาทของตนเอง เพราะเมื่อเกิดเหตุจริง เวลาไม่เคยเพียงพอสำหรับการถกเถียง
7. ความต่อเนื่องคือความรับผิดชอบต่อชีวิต
การออกแบบให้ห้องผ่าตัดเดินหน้าต่อได้ในวันที่โลกภายนอกสั่นสะเทือน ไม่ใช่เรื่องของเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่มันคือความรับผิดชอบต่อชีวิตที่เปราะบางที่สุด ในวันที่คนทั้งอาคารกำลังรับมือกับเหตุฉุกเฉิน จะมีบางห้องที่ต้องนิ่ง ไฟยังต้องสว่าง อากาศยังต้องสะอาด เครื่องมือยังต้องทำงาน เพื่อให้ศัลยแพทย์ทำขั้นตอนสุดท้ายให้เสร็จ และเพื่อให้คนไข้ลืมตาขึ้นมาอย่างปลอดภัย เพราะสำหรับห้องผ่าตัด ความต่อเนื่องไม่ใช่ความสะดวก หากคือเส้นบาง ๆ ระหว่างความเสี่ยงกับความหวัง


