อาคารสุขภาพดี = สินทรัพย์ยั่งยืน
- Chakrapan Pawangkarat
- 1 day ago
- 1 min read
จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์
Head of Property Management, JLL Thailand
Advisory Committee, Air-Conditioning Engineering Association of Thailand
Member ASHRAE, Board of Governors - ASHRAE Thailand Chapter
8 February 2026

เมื่อ IEQ กลายเป็นหัวใจใหม่ของกลยุทธ์ HVAC
ในอดีต เวลาเราพูดถึงอาคารยั่งยืน ภาพแรกที่นึกถึงมักเป็นตัวเลขพลังงาน ค่าไฟ หรือเส้นทางลดคาร์บอน วันนี้กรอบคิดนั้นกว้างขึ้นมาก เจ้าของทรัพย์ นักลงทุน และองค์กรผู้เช่าขนาดใหญ่เริ่มตั้งคำถามเพิ่มอีกข้อ—อาคารแห่งนี้ทำให้คนทำงานได้ดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น และรู้สึกสบายขึ้นหรือไม่
การเปลี่ยนมุมมองนี้ทำให้ Indoor Environmental Quality (IEQ) ซึ่งรวมเรื่องคุณภาพอากาศ ความสบาย อุณหภูมิ ความชื้น เสียงรบกวน และการระบายอากาศ ถูกยกขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับพลังงานและคาร์บอน กรอบมาตรฐานจากองค์กรอย่าง ASHRAE, International WELL Building Institute และ U.S. Green Building Council ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกัน—สุขภาวะของผู้ใช้อาคารกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของนิยามความยั่งยืน
และระบบที่อยู่กลางสมการทั้งหมดก็คือ ระบบปรับอากาศ
จากระบบหลังบ้าน สู่เครื่องมือสร้างคุณภาพชีวิต
ระบบปรับอากาศในอาคารยุคใหม่ถูกมองในบทบาทที่กว้างขึ้น การควบคุมอุณหภูมิเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่ตามมาคือการกรองมลพิษ การจัดการความชื้น การควบคุมระดับ CO₂ และการปรับสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงของผู้คนในแต่ละช่วงเวลา
ในเชิงธุรกิจ เรื่องนี้มีความหมายมาก ต้นทุนพลังงานต่อปีของอาคารมักยังต่ำกว่ามูลค่าของประสิทธิภาพการทำงานของคนที่อยู่ภายในหลายเท่า IEQ จึงเริ่มถูกมองว่าเป็นเครื่องมือเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน ช่วยให้เช่าง่ายขึ้น ต่อสัญญาได้ยาวขึ้น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอาคาร
การกรองอากาศที่จริงจังขึ้น และคิดทั้งระบบ
อาคารชั้นนำจำนวนมากเริ่มยกระดับการกรองอากาศในพื้นที่หนาแน่น ห้องประชุม หรือโซนที่มีผู้คนรวมตัวสูง รวมถึงการใช้ตัวกรองที่ช่วยลดกลิ่นและมลพิษจากภายนอกเมือง
สิ่งที่ต่างจากอดีตอยู่ที่วิธีคิดแบบทั้งระบบ ทีมออกแบบและทีมบริหารอาคารนำข้อมูลแรงดันลม การใช้พลังงานของพัดลม และรูปแบบการใช้งานจริงมาประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้คุณภาพอากาศดีขึ้นควบคู่กับประสิทธิภาพพลังงานในระยะยาว
การระบายอากาศที่ขยับตามการใช้งานจริง
อัตราจ่ายอากาศจากภายนอกแบบตายตัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยระบบที่อาศัยข้อมูลจริง เซ็นเซอร์ CO₂ ระบบนับจำนวนคน และข้อมูลการเข้า-ออกอาคารช่วยกำหนดปริมาณอากาศภายนอกได้แม่นยำกว่าเดิม
อาคารจึงเพิ่มอากาศจากภายนอกเฉพาะช่วงที่มีคนใช้งาน เตรียมระบบล่วงหน้าสำหรับกิจกรรมขนาดใหญ่ และในบางช่วงยังใช้การถ่ายเทลมธรรมชาติเพื่อลดภาระเครื่องกล แนวทางนี้ช่วยควบคุมคุณภาพอากาศพร้อมกับลดพลังงานส่วนเกินไปในตัว
CO₂ ความชื้น และความสบาย กลายเป็น KPI ใหม่
หลายโครงการเริ่มติดตามสภาพแวดล้อมภายในอย่างเป็นระบบ ระดับ CO₂ ความชื้นสัมพัทธ์ และดัชนีความสบายถูกนำขึ้นแดชบอร์ดควบคู่กับข้อมูลพลังงาน
ในภูมิอากาศร้อนชื้น การควบคุมความชื้นมีผลต่อทั้งสุขภาพผู้ใช้อาคาร อายุการใช้งานของวัสดุ และเสถียรภาพของอุปกรณ์เทคโนโลยี ขณะเดียวกัน แนวคิด adaptive comfort เปิดโอกาสให้อาคารปรับช่วงอุณหภูมิได้เหมาะสมกับความรู้สึกของผู้ใช้ ลดภาระการใช้พลังงานโดยยังรักษาความพึงพอใจ
IEQ จึงเริ่มถูกใช้เป็นตัวชี้วัดเชิงบริหาร มากกว่าจะเป็นเรื่องเทคนิคที่ซ่อนอยู่หลังห้องเครื่อง
เหตุใดผู้เช่าและนักลงทุนสนใจเรื่องนี้มากขึ้น
สำหรับผู้เช่า อาคารที่ดูแลสภาพแวดล้อมภายในได้ดีช่วยสนับสนุนเป้าหมาย ESG ภาพลักษณ์องค์กร และความต่อเนื่องของธุรกิจ ในมุมเจ้าของทรัพย์ IEQ กลายเป็นจุดขายสำคัญในการเจรจาต่อสัญญา ลดข้อร้องเรียน และช่วยรักษามูลค่าในระยะยาว
ในตลาดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม ตัวเลขด้าน IEQ เริ่มถูกพูดถึงควบคู่กับ Energy Use Intensity และแผนลดคาร์บอน สะท้อนว่าประสบการณ์ของผู้ใช้อาคารกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันระหว่างทรัพย์สิน
จากบทเรียนที่ผ่านมา สู่แนวทางถาวรของการออกแบบและเดินระบบ
ความสนใจเรื่องคุณภาพอากาศภายในอาคารในช่วงหลายปีหลังได้ฝังตัวอยู่ในข้อกำหนดของอาคารใหม่ แผนรีโทรฟิตอาคารเดิม และแนวทางการเดินระบบที่เน้นการปรับจูนอย่างต่อเนื่อง
บทบาทของทีมบริหารอาคารจึงขยายจากการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ไปสู่การดูแลทั้งเสถียรภาพคาร์บอนและประสบการณ์ของคนในอาคาร
IEQ ในฐานะตัวช่วยเร่งความยั่งยืน
อาคารที่มองไกลผสานเรื่อง IEQ เข้ากับกลยุทธ์ลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นระบบ ระบบที่ระบายอากาศได้ตรงจังหวะ ควบคุมความชื้นได้ดี และปรับตามการใช้งานจริง ช่วยยกระดับทั้งประสิทธิภาพการดำเนินงานและความน่าสนใจของทรัพย์สิน
ในระยะข้างหน้า อาคารที่ได้เปรียบจะเป็นอาคารที่พิสูจน์ได้ด้วยข้อมูลและการปฏิบัติจริงว่าให้
อากาศที่ดีต่อสุขภาพ ความสบายที่สม่ำเสมอ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมูลค่าทรัพย์สินที่แข็งแรงในระยะยาว
HVAC กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่สุดของอาคารยุคใหม่.


