top of page

เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนโฉม “พื้นที่ทำงาน” อย่างไรในอนาคต

จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์

Head of Property Management, JLL Thailand

เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

25 February 2026



องค์กรเทคโนโลยีกำลังปรับแนวคิดเรื่องอสังหาริมทรัพย์และสถานที่ทำงานครั้งใหญ่ จากที่เคยมองว่าเป็นเพียงต้นทุน กลายมาเป็น “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยสนับสนุนนวัตกรรม ประสบการณ์ของบุคลากร และการเติบโตระยะยาว


ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เร่งการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจ และรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid กลายเป็นมาตรฐานใหม่ บริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากจึงกำลังทบทวนว่า พื้นที่ควรถูกออกแบบ ใช้ประโยชน์ และบริหารจัดการอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ขององค์กร


1. ใช้พื้นที่ให้น้อยลง แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น


เมื่อ AI กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ธุรกิจจำเป็นต้องจัดสรรทรัพยากรไปสู่การลงทุนด้านนวัตกรรมมากขึ้น การบริหารพอร์ตอสังหาริมทรัพย์จึงมุ่งไปที่การ “ลดขนาดอย่างชาญฉลาด”


หลายองค์กรเลือก:

  • รวมสำนักงานหลายแห่งเข้าด้วยกัน

  • ลดพื้นที่รวม (Gross Floor Area)

  • ปรับลดต้นทุนการดำเนินงาน


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้พื้นที่จะลดลง แต่อัตราการใช้งาน (utilization rate) กลับเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนว่าการวางแผนพื้นที่อย่างมีข้อมูลและมีกลยุทธ์ ช่วยให้เกิดประสิทธิภาพมากกว่าการมีพื้นที่จำนวนมากโดยไม่ถูกใช้งานเต็มศักยภาพ


พื้นที่ทำงานแบบ Fixed desk ลดลง ขณะที่:

  • โต๊ะทำงานแบบไม่ประจำที่ (Hot desk)

  • พื้นที่ทำงานร่วมกัน (Collaboration hubs)

  • โซนทำงานแบบยืดหยุ่น


ได้รับความนิยมมากขึ้น เพื่อรองรับรูปแบบการทำงานที่คล่องตัว


2. นิยามใหม่ของ “ออฟฟิศ” ในโลก Hybrid


แม้ออฟฟิศจะไม่ใช่สถานที่ทำงานเพียงแห่งเดียวอีกต่อไป แต่บทบาทของมันยังคงสำคัญ โดยเฉพาะในเรื่อง:

  • การสร้างวัฒนธรรมองค์กร

  • การทำงานร่วมกัน

  • การระดมความคิดและนวัตกรรม


หลายองค์กรพยายามออกแบบพื้นที่ที่ “ดึงดูดให้คนอยากเข้ามา” ไม่ใช่แค่เพราะบังคับ แต่เพราะพื้นที่นั้นตอบโจทย์การทำงานจริง


แม้กิจกรรมพิเศษ อาหาร หรือสวัสดิการจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจ แต่สิ่งที่สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนคือการออกแบบพื้นที่ที่:

  • สนับสนุนการโฟกัสงาน

  • เอื้อต่อการทำงานเป็นทีม

  • สร้างปฏิสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ


องค์กรที่เข้าใจสมดุลระหว่าง “พื้นที่” และ “วัฒนธรรม” จะสามารถสร้างประสบการณ์การทำงานที่มีความหมายมากกว่าเพียงสิ่งจูงใจชั่วคราว


3. ห้องแล็บและพื้นที่ R&D กลายเป็นหัวใจสำคัญ


การเติบโตของ AI และเทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้การลงทุนในพื้นที่วิจัยและพัฒนา (R&D) เพิ่มสูงขึ้น

ห้องแล็บและพื้นที่ทดลองไม่ใช่เพียงสิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของนวัตกรรม อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือ หลายองค์กรยังไม่มีระบบข้อมูลที่ช่วยติดตามการใช้งานพื้นที่เหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ


เมื่อพื้นที่มีต้นทุนสูง แต่ไม่มีข้อมูลรองรับการบริหารจัดการ อาจนำไปสู่การใช้ทรัพยากรต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น


4. ข้อมูล (Data) คือกุญแจของกลยุทธ์พื้นที่


อนาคตของการวางแผนพื้นที่ทำงานจะขับเคลื่อนด้วยข้อมูล


องค์กรที่สามารถวิเคราะห์:

  • พฤติกรรมการใช้พื้นที่

  • รูปแบบการเข้าใช้งาน

  • ความต้องการของพนักงาน


จะสามารถออกแบบและบริหารพื้นที่ได้สอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจอย่างแท้จริง


การตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลช่วยให้:

  • ลดความสูญเปล่า

  • ปรับขนาดพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม

  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร


ในโลกที่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวคือความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์


5. พื้นที่ทำงานแห่งอนาคต: เวทีของความร่วมมือระหว่าง “คน” และ “เทคโนโลยี”


สำนักงานยุคใหม่ไม่ได้เน้นเพียงประสิทธิภาพ แต่เน้น “จุดประสงค์”


พื้นที่เหล่านี้ถูกออกแบบให้:

  • สนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร

  • ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์

  • สร้างประสบการณ์การทำงานที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ


แนวคิดด้านความยั่งยืน ประสิทธิภาพพลังงาน และความยืดหยุ่นของผังพื้นที่ ถูกผสานเข้ากับการออกแบบเพื่อรองรับอนาคต


องค์กรที่มองพื้นที่ทำงานเป็น “แพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์” มากกว่าสินทรัพย์ทางกายภาพ จะสามารถใช้มันเป็นเครื่องมือสร้างวัฒนธรรม ขับเคลื่อนนวัตกรรม และเพิ่มผลิตภาพได้อย่างแท้จริง


บทสรุป


อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังปรับโครงสร้างแนวคิดเรื่องอสังหาริมทรัพย์อย่างจริงจัง

การลดขนาดอย่างมีกลยุทธ์การสนับสนุน Hybrid Workการใช้ข้อมูลขับเคลื่อนการตัดสินใจและการลงทุนในพื้นที่นวัตกรรม


ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าพื้นที่ทำงานไม่ใช่เพียง “สถานที่” แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์องค์กรในยุค AI


องค์กรที่เข้าใจการบูรณาการระหว่างพื้นที่ เทคโนโลยี และพฤติกรรมมนุษย์ จะเป็นผู้ที่พร้อมที่สุดสำหรับอนาคต


Chakrapan Pawangkarat

  • TikTok
  • Facebook
  • LinkedIn
  • Instagram
  • Youtube
bottom of page