เลือกได้ก่อนที่จะเริ่มทำงาน: บทเรียนจากตลาดปลาที่กลายเป็นตำนานด้านการบริหารคน
- Chakrapan Pawangkarat
- 2 days ago
- 1 min read
จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์
Head of Property Management, JLL Thailand
เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
31 May 2026

มีตลาดปลาแห่งหนึ่งในซีแอตเทิลที่กลายเป็นกรณีศึกษาด้านการบริหารคนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ไม่ใช่เพราะบริษัทนั้นใหญ่โต ไม่ใช่เพราะมีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่เพราะพนักงานขายปลากลุ่มหนึ่งตัดสินใจว่าพวกเขาจะไม่ยอมให้งานที่ทำรู้สึกไร้ความหมาย Pike Place Fish Market คือต้นกำเนิดของ Fish! Philosophy และหนังสือที่ Stephen Lundin, Harry Paul และ John Christensen เขียนขึ้นจากสถานที่นั้น กลายเป็นหนึ่งในงานเขียนด้านองค์กรที่อ่านง่ายที่สุด แต่ทิ้งคำถามไว้ในใจได้นานที่สุดเท่าที่เคยมีมา
สิ่งที่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้พยายามทำคือสอนให้ทุกคนมีความสุข เพราะนั่นเป็นเป้าหมายที่คลุมเครือและแทบจะวัดไม่ได้ สิ่งที่มันพูดถึงคือทัศนคติ และข้อเสนอที่ดูเรียบง่ายแต่หนักมากเมื่อนำไปใช้จริง นั่นคือทัศนคติต่องานในแต่ละวันเป็นสิ่งที่เราเลือกได้ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราโดยอัตโนมัติ Fish! Philosophy วางหลักคิดหลักไว้สี่ข้อ และแต่ละข้อมีความหมายที่ลึกกว่าที่ภาษาเรียบง่ายของมันจะบอกได้
1. Choose Your Attitude — ทัศนคติเป็นสิ่งที่เลือกได้ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา
หลักคิดข้อแรกนี้ดูเหมือนสามัญสำนึก แต่ในทางปฏิบัติกลับเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำอย่างมีสติ เราคุ้นเคยกับการโทษสภาพแวดล้อมว่าเป็นเหตุของความรู้สึกที่มีต่องาน โทษเพื่อนร่วมงาน โทษนโยบายองค์กร โทษสภาพเศรษฐกิจ แต่ Fish! ตั้งคำถามกลับอย่างตรงไปตรงมาว่า ถ้าสภาพแวดล้อมไม่เปลี่ยน เราจะเลือกรู้สึกอย่างไรกับมัน
สิ่งที่น่าสนใจคือหนังสือไม่ได้บอกให้แกล้งทำเป็นว่าทุกอย่างดี มันพูดถึงการตระหนักรู้ว่าตอนนี้เรากำลังเลือกทัศนคติแบบไหนอยู่ และถ้าทัศนคตินั้นไม่ได้ช่วยให้งานดีขึ้นหรือชีวิตดีขึ้น เราก็มีสิทธิ์เลือกใหม่ได้ในทุกเช้า ไม่ใช่การปฏิเสธความจริง แต่เป็นการยอมรับว่าปฏิกิริยาของเราต่อความจริงนั้นคือพื้นที่ที่เรายังมีอำนาจอยู่เสมอ
สำหรับผู้นำ ผลกระทบของหลักคิดข้อนี้ขยายออกไปไกลกว่าตัวเอง ทัศนคติของคนในตำแหน่งผู้นำแพร่กระจายในองค์กรเร็วกว่าคำสั่งใดๆ และมักจะแพร่กระจายโดยที่ไม่รู้ตัว ทีมงานไม่ได้จดจำสิ่งที่หัวหน้าพูดในที่ประชุมเท่ากับที่พวกเขาจดจำว่าหัวหน้ารู้สึกอย่างไรเมื่อเผชิญกับปัญหา วันที่หัวหน้าทีมเดินเข้ามาด้วยความวิตกกังวลและความหงุดหงิด วันนั้นทั้งทีมจะรู้สึกถึงมันโดยไม่ต้องมีใครพูดอะไรออกมา และในทางกลับกัน วันที่ผู้นำเลือกเดินเข้ามาด้วยความสงบและความชัดเจน สิ่งนั้นก็แพร่กระจายไปในแบบเดียวกัน
2. Play — หางานที่มีชีวิตในงานที่ทำซ้ำทุกวัน
คำว่า Play ในบริบทของ Fish! ไม่ได้หมายถึงการเล่นตลกในที่ทำงาน ไม่ได้หมายถึงการลดความจริงจังของงานลง และไม่ได้หมายถึงโปรแกรม Team Building ที่ถูกบังคับมาจากฝ่าย HR มันหมายถึงสิ่งที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น นั่นคือการหาความมีชีวิตในสิ่งที่ทำ แม้ว่างานนั้นจะดูธรรมดาและซ้ำซากเพียงใด
คนที่ขายปลาที่ Pike Place ไม่ได้ทำงานที่น่าตื่นเต้นตามมาตรฐานทั่วไป แต่พวกเขาค้นพบว่าในงานที่ดูซ้ำๆ นั้น ยังมีพื้นที่สำหรับความคิดสร้างสรรค์ สำหรับปฏิสัมพันธ์ที่มีความหมาย และสำหรับการทำให้ทุกครั้งที่ลูกค้าเดินเข้ามารู้สึกแตกต่างออกไป สิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นไม่ใช่ความสนุกเทียม แต่เป็นวัฒนธรรมที่ยินดีต้อนรับความเป็นมนุษย์เข้ามาในพื้นที่ทำงาน
ในองค์กรทั่วไป หลักคิดข้อนี้ท้าทายวิธีที่เราออกแบบงานและสภาพแวดล้อม คนที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงฟันเฟืองในระบบจะทำงานได้ตามมาตรฐาน แต่จะไม่ทำอะไรมากกว่านั้น ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะพวกเขาไม่เห็นว่าการทำมากกว่านั้นจะมีความหมายอะไร การสร้าง Play ในองค์กรจึงไม่ใช่เรื่องของกิจกรรม แต่เป็นเรื่องของการออกแบบให้คนรู้สึกว่าตัวเองมีพื้นที่แสดงตัวตนในงานที่ทำ และมีอิสระพอที่จะทำมันในแบบของตัวเองได้บ้าง
3. Make Their Day — ทุกปฏิสัมพันธ์คือโอกาสที่เลือกได้
หลักคิดข้อนี้เรียบง่ายในทางทฤษฎี แต่เปลี่ยนวิธีมองงานไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อนำไปใช้จริง เพราะมันบอกว่าทุกปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในวันทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการตอบอีเมล การประชุมสั้นๆ การเดินผ่านกันในทางเดิน หรือการโทรศัพท์ครั้งที่ดูไม่สำคัญ ล้วนเป็นโอกาสที่จะทำให้วันของใครสักคนดีขึ้นเล็กน้อย หรือแย่ลงโดยไม่ตั้งใจ และความแตกต่างระหว่างสองอย่างนี้ไม่ได้อยู่ที่ทักษะหรือเวลา แต่อยู่ที่ความตั้งใจที่จะสังเกตเห็นคนตรงหน้า
ในระดับองค์กร สิ่งที่หลักคิดข้อนี้ตั้งคำถามคือ เราออกแบบระบบและกระบวนการของเราโดยคิดถึงคนหรือคิดถึงประสิทธิภาพก่อน ทั้งสองอย่างไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่ลำดับความสำคัญบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวัฒนธรรมขององค์กร ทีมที่รู้สึกว่าตัวเองได้รับการดูแลจะดูแลลูกค้าในแบบเดียวกัน และลูกค้าที่รู้สึกว่าตัวเองได้รับการใส่ใจจะไม่ได้จดจำแค่สินค้าหรือบริการ แต่จดจำความรู้สึกที่ได้รับจากองค์กรนั้น
Make Their Day จึงไม่ใช่แค่เรื่องของทัศนคติส่วนตัว แต่เป็นกลยุทธ์ที่ถ้าฝังลงในวัฒนธรรมองค์กรได้จริง จะสร้างความแตกต่างที่ไม่มีคู่แข่งรายไหนลอกเลียนแบบได้ง่ายๆ เพราะมันไม่ได้อยู่ในกระบวนการ แต่อยู่ในคนและในวิธีที่พวกเขาเลือกจะมีต่อกัน
4. Be Present — การอยู่ตรงหน้าอย่างแท้จริงในโลกที่แย่งความสนใจ
นี่คือหลักคิดที่หนักที่สุดในยุคนี้ เพราะโลกที่เราทำงานอยู่ถูกออกแบบมาให้ความสนใจของเราแตกกระจายตลอดเวลา การประชุมที่มีคนกดโทรศัพท์ การสนทนาที่ฝ่ายหนึ่งกำลังคิดถึงเรื่องอื่น การฟังที่เป็นแค่การรอให้อีกฝ่ายพูดจบเพื่อที่จะได้พูดต่อ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นบรรทัดฐานในหลายองค์กร และคนที่ได้รับมันรู้สึกได้ทันทีแม้จะไม่มีใครพูดออกมา
Be Present ไม่ได้หมายถึงการปิดโทรศัพท์หรือการนั่งตรงๆ มันหมายถึงการตัดสินใจว่าในช่วงเวลานี้ คนตรงหน้าหรือสถานการณ์ตรงหน้าคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และให้ความสนใจกับมันอย่างเต็มที่ ซึ่งในยุคที่ทุกคนกำลังแย่งชิงเวลาและความสนใจจากกัน การที่มีใครสักคนรู้สึกว่าตัวเองได้รับความสนใจอย่างแท้จริงจากผู้นำหรือเพื่อนร่วมงาน กลายเป็นสิ่งที่หายากและมีคุณค่ามากขึ้นทุกวัน
สำหรับผู้นำ Be Present คือการยืนยันว่าคนในทีมมีคุณค่ามากพอที่จะได้รับความสนใจที่แท้จริง ไม่ใช่ความสนใจที่แบ่งมาจากความกังวลอื่นๆ อีกสิบเรื่องในหัว และในระยะยาว ทีมที่รู้สึกว่าหัวหน้าของตัวเองรับรู้พวกเขาจริงๆ จะมีความไว้วางใจในระดับที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นรากฐานของทุกอย่างที่องค์กรพยายามสร้าง ไม่ว่าจะเรียกมันว่าอะไรก็ตาม
บทสรุป — วัฒนธรรมไม่ได้ถูกสร้าง มันถูกเลือกทุกวัน
สิ่งที่ Fish! เตือนให้นึกถึงในแบบที่ไม่ต้องใช้ศัพท์วิชาการใดๆ คือวัฒนธรรมองค์กรที่แท้จริงไม่ได้ถูกสร้างจากบนลงล่าง มันเกิดขึ้นทุกครั้งที่คนในองค์กรเลือกว่าจะตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างไร จะมีต่อกันอย่างไร และจะนำความเป็นมนุษย์มาใส่ในงานที่ทำมากแค่ไหน ไม่มีโปรแกรม Engagement ใดที่จะทำงานได้หากคนในทีมยังรู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาทำไม่มีความหมาย และไม่มีระบบใดที่จะชดเชยได้หากผู้นำไม่ได้เลือกทัศนคติของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก
หนังสือเล่มบางๆ เล่มนี้ไม่ได้ให้คำตอบที่ซับซ้อน แต่ตั้งคำถามที่ถูกต้อง ว่าเราสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานแบบที่เราอยากอยู่หรือเปล่า และถ้ายัง อะไรคือสิ่งที่เราเลือกได้ตั้งแต่พรุ่งนี้เช้า


