top of page

Frontline Tech Workforce: โจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทย

จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์

Head of Property Management, JLL Thailand

เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

4 March 2026



บทนำ


บทความนี้เรียบเรียงและตีความจากรายงานของ JLL เรื่อง “How CRE Leaders Can Help Win the Battle for Frontline Tech”: https://www.jll.com/en-us/insights/how-cre-leaders-can-help-win-the-battle-for-frontline-tech


รายงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันด้านเทคโนโลยีในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันด้านเงินลงทุน เครื่องจักร หรือเทคโนโลยีการผลิตอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น การแข่งขันเพื่อแย่งชิงบุคลากรเทคโนโลยีที่ทำงานอยู่ “หน้างาน” (Frontline Tech Workforce) ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานจริงในโรงงาน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล


บุคลากรกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงแรงงานทั่วไป แต่เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น

  • ช่างเทคนิคในโรงงานเซมิคอนดักเตอร์

  • วิศวกรควบคุมกระบวนการผลิต

  • ผู้ดูแลระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม

  • ทีมปฏิบัติการของ Data Center

  • ทีมซ่อมบำรุงระบบเทคโนโลยีขั้นสูง


ในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา การลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูงกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่บริษัทจำนวนมากกลับพบว่า ข้อจำกัดสำคัญไม่ได้อยู่ที่เงินลงทุนหรือเทคโนโลยี แต่คือจำนวนบุคลากรที่มีทักษะเพียงพอในการทำงานหน้างาน


สำหรับประเทศไทย ประเด็นนี้ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากประเทศกำลังพยายามยกระดับเศรษฐกิจไปสู่ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น Semiconductor, Electronics, AI Infrastructure และ Data Center ซึ่งต้องอาศัยบุคลากรทักษะสูงจำนวนมากในระดับปฏิบัติการ


ดังนั้น คำถามสำคัญสำหรับประเทศไทยในทศวรรษข้างหน้าคือ


ประเทศไทยจะสามารถสร้าง กำลังคนเทคโนโลยีที่ทำงานหน้างานได้เพียงพอ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมหรือไม่


และอีกคำถามหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ


สถานที่ทำงาน โรงงาน และโครงสร้างพื้นฐานของอาคาร จะสามารถออกแบบเพื่อดึงดูดและสนับสนุนบุคลากรเหล่านี้ได้ดีเพียงใด


1. Frontline Tech Workforce: กลไกสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล


ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ความสำเร็จของโรงงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ บุคลากรที่ควบคุมและดูแลระบบเหล่านั้นในระดับปฏิบัติการ


บุคลากรหน้างานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในหลายด้าน เช่น

  • การควบคุมเครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูง

  • การตรวจสอบคุณภาพของกระบวนการผลิต

  • การแก้ไขปัญหาทางเทคนิคในเวลาจริง

  • การดูแลระบบอัตโนมัติและระบบดิจิทัลของโรงงาน


ในโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ ตัวอย่างเช่น กระบวนการผลิตหนึ่งขั้นตอนอาจต้องใช้เครื่องจักรที่มีความละเอียดระดับนาโนเมตร และต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยควบคุมกระบวนการเหล่านี้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง


ใน Data Center บุคลากรหน้างานต้องดูแลระบบที่สำคัญ เช่น

  • ระบบไฟฟ้าสำรอง

  • ระบบระบายความร้อน

  • ระบบเครือข่าย

  • ระบบความปลอดภัย


ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่ความเสียหายมูลค่ามหาศาล


สำหรับประเทศไทย หากต้องการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างจริงจัง จำเป็นต้องสร้างบุคลากรในกลุ่ม Technical Workforce ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานจริงในระบบเทคโนโลยี


ในความเป็นจริง อุตสาหกรรมจำนวนมากต้องการบุคลากรระดับ

  • Technician

  • Specialist

  • Operator

มากกว่าบุคลากรระดับผู้บริหาร


ดังนั้น การพัฒนากำลังคนในสายอาชีพเทคนิคจึงเป็นหัวใจของการแข่งขันในเศรษฐกิจเทคโนโลยี


2. Workplace Experience: ปัจจัยใหม่ในการดึงดูดแรงงานเทคโนโลยี


ในอดีต โรงงานอุตสาหกรรมมักถูกออกแบบโดยเน้นประสิทธิภาพการผลิตเป็นหลัก พื้นที่ส่วนใหญ่จึงถูกจัดสรรให้กับเครื่องจักรและกระบวนการผลิต ขณะที่พื้นที่สำหรับพนักงานมักได้รับความสำคัญน้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม แนวคิดเกี่ยวกับสถานที่ทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


แรงงานรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในสายเทคโนโลยี คาดหวัง คุณภาพของสถานที่ทำงานที่ดี ไม่ต่างจากพนักงานออฟฟิศในอาคารสำนักงาน


ตัวอย่างสิ่งที่แรงงานเทคโนโลยีให้ความสำคัญ ได้แก่

  • พื้นที่พักผ่อนที่มีคุณภาพ

  • พื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้

  • สิ่งอำนวยความสะดวกด้านอาหาร

  • พื้นที่ทำงานร่วมกัน

  • สภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ


โรงงานเทคโนโลยีสมัยใหม่จึงเริ่มออกแบบพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับ Human-Centric Design มากขึ้น

แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่เป็นเรื่องของ การเพิ่มประสิทธิภาพและการรักษาบุคลากร


สถานที่ทำงานที่ดีสามารถช่วย

  • ลดอัตราการลาออก

  • เพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน


สำหรับประเทศไทย หากต้องการแข่งขันเพื่อดึงดูดวิศวกรและช่างเทคนิคระดับสูงจากทั่วโลก การออกแบบสถานที่ทำงานที่มีคุณภาพจึงเป็นปัจจัยที่ไม่ควรถูกมองข้าม


3. Workforce Development: โครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ที่จำเป็น


อุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม คือ เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


ดังนั้น บุคลากรที่ทำงานในอุตสาหกรรมนี้จำเป็นต้อง เรียนรู้และพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง


บริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากจึงเริ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการเรียนรู้ เช่น

  • ศูนย์ฝึกอบรมภายในองค์กร

  • ห้องทดลองสำหรับการเรียนรู้

  • ระบบการฝึกอบรมดิจิทัล


บางบริษัทสร้าง Training Center ภายใน Campus ของโรงงาน เพื่อให้พนักงานสามารถพัฒนาทักษะใหม่ได้ตลอดเวลา


สำหรับประเทศไทย การสร้างระบบนิเวศของการเรียนรู้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่าง

  • มหาวิทยาลัย

  • วิทยาลัยเทคนิค

  • ภาคอุตสาหกรรม


การเชื่อมโยงระหว่างระบบการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมจะช่วยให้ประเทศสามารถสร้างบุคลากรที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้จริง


4. Location Strategy: ทำเลที่ตั้งกับการเข้าถึงบุคลากร


การเลือกทำเลของโรงงานเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องของต้นทุนที่ดินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ การเข้าถึงบุคลากร


บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมักเลือกตั้งโรงงานในพื้นที่ที่มี

  • มหาวิทยาลัยด้านวิศวกรรม

  • ระบบนิเวศของบริษัทเทคโนโลยี

  • เมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี


ตัวอย่างเมืองเทคโนโลยีระดับโลก เช่น

  • Austin

  • Phoenix

  • Hsinchu

  • Singapore


เมืองเหล่านี้มีจุดร่วมที่สำคัญคือ Talent Ecosystem


สำหรับประเทศไทย พื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี ได้แก่

  • Eastern Economic Corridor

  • กรุงเทพมหานคร

  • เมืองมหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยี


การพัฒนา Technology Cluster จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีได้มากขึ้น


5. Corporate Real Estate: บทบาทใหม่ของอสังหาริมทรัพย์องค์กร


ในอดีต Corporate Real Estate มักถูกมองว่าเป็นเพียงหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่และควบคุมต้นทุน


แต่ในยุคเศรษฐกิจเทคโนโลยี บทบาทนี้กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ


อสังหาริมทรัพย์กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ กลยุทธ์การดึงดูดบุคลากร


การออกแบบอาคาร โรงงาน และ Campus สามารถมีผลต่อ

  • การดึงดูดบุคลากร

  • การรักษาพนักงาน

  • การสร้างวัฒนธรรมองค์กร


ในหลายองค์กร ทีม Corporate Real Estate จึงต้องทำงานร่วมกับ

  • ทีมทรัพยากรมนุษย์

  • ทีมเทคโนโลยี

  • ทีมปฏิบัติการ


เพื่อสร้างสถานที่ทำงานที่สนับสนุนทั้งประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของพนักงาน


6. โอกาสของประเทศไทยในเศรษฐกิจเทคโนโลยี


ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของเศรษฐกิจ


การเติบโตของ

  • AI

  • Data Center

  • Semiconductor

  • Cloud Infrastructure


กำลังเปิดโอกาสใหม่ให้กับประเทศ


อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสร้างโรงงานหรือศูนย์ข้อมูลเพียงอย่างเดียว


ประเทศที่ประสบความสำเร็จในเศรษฐกิจเทคโนโลยีมักมี

  • ระบบการศึกษาที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม

  • โครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ

  • เมืองที่สามารถดึงดูดบุคลากรทักษะสูง


หากประเทศไทยสามารถพัฒนาองค์ประกอบเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน ประเทศจะมีศักยภาพในการก้าวขึ้นเป็น ศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


บทสรุป


รายงานของ JLL ชี้ให้เห็นแนวโน้มสำคัญของเศรษฐกิจโลก


การแข่งขันทางเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันด้านเครื่องจักรหรือเงินลงทุน


แต่เป็นการแข่งขันเพื่อดึงดูดและพัฒนาบุคลากรที่ทำงานอยู่ หน้างาน


โรงงานในอนาคตจึงต้องถูกออกแบบไม่เพียงเพื่อประสิทธิภาพของเครื่องจักร แต่เพื่อสนับสนุนการทำงานของมนุษย์


สำหรับประเทศไทย การสร้างระบบนิเวศที่ผสาน

  • การศึกษา

  • อุตสาหกรรม

  • โครงสร้างพื้นฐาน

  • และการออกแบบสถานที่ทำงาน


จะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับประเทศเข้าสู่เศรษฐกิจเทคโนโลยีในอนาคต.

Chakrapan Pawangkarat

  • TikTok
  • Facebook
  • LinkedIn
  • Instagram
  • Youtube
bottom of page