top of page

เมื่อทีมบริหารอาคารต้องคิดแบบนักกีฬา: Sport Psychology กับการยกระดับ Performance ของ Property Management

จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์

Head of Property Management, JLL Thailand

เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

8 April 2026



ในโลกของงานบริหารอาคาร เรามักเชื่อว่าความเก่งมาจากประสบการณ์ คุณภาพงานมาจากระบบ และความสำเร็จมาจากการควบคุมต้นทุนและการวางแผน ทั้งหมดนี้ถูกต้อง แต่ยังไม่ครบ เพราะในความเป็นจริง ทีมบริหารอาคารไม่ได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่นิ่ง แต่ทำงานอยู่ใน “สนามแข่งขัน” ที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน ทั้งผู้เช่าที่มีความคาดหวังสูง เจ้าของที่ต้องการผลลัพธ์ เหตุการณ์ฉุกเฉินที่ไม่สามารถคาดการณ์ การตัดสินใจที่ต้องเร็วและแม่นยำ และงานที่ไม่มีคำว่า pause คำถามคือ ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ อะไรคือสิ่งที่ทำให้บางทีม “นิ่ง คม และแม่น” ในขณะที่บางทีม “หลุด โฟกัส และผิดพลาดซ้ำ” คำตอบอยู่ในสิ่งที่วงการกีฬารู้มานานแล้ว นั่นคือ Performance ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ทักษะ แต่ขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจในขณะปฏิบัติงาน


1. จาก Operation Team → High Performance Team


นักกีฬาระดับโลกไม่ได้ซ้อมแค่ร่างกาย แต่ซ้อม “จิตใจ” อย่างเป็นระบบ ทั้งการตั้งเป้าหมาย การควบคุมอารมณ์ การโฟกัส การฟื้นตัว และการรับมือกับความกดดัน ในขณะที่ทีมบริหารอาคารส่วนใหญ่ถูกฝึกให้เก่งเรื่องระบบ แต่ไม่เคยถูกฝึกเรื่อง “การ perform ภายใต้ pressure” ผลลัพธ์จึงชัดเจน ทีมหนึ่งทำงานได้ดีเมื่อทุกอย่างปกติ อีกทีมทำงานได้ดีโดยเฉพาะตอนที่ไม่ปกติ และในโลกของ property management ช่วงที่ไม่ปกติคือช่วงที่สำคัญที่สุด


2. Goal Setting: เปลี่ยนจาก Target → Process


ในกีฬา นักกีฬาที่ตั้งเป้าแค่ต้องชนะ มัก perform ได้ไม่สม่ำเสมอ นักกีฬาที่ตั้ง process goal จะควบคุม performance ได้ดีกว่า ในบริบทอาคารก็เหมือนกัน จากเดิมที่เราตั้งว่าเพิ่ม tenant satisfaction ลด complaint หรือปรับปรุง service quality สิ่งเหล่านี้ยัง abstract เกินไป ควร translate เป็น process ที่จับต้องได้ เช่น ตอบ incident ภายใน 15 นาที update ลูกค้าทุก 30 นาทีในกรณี critical issue ทำ pre-meeting alignment ก่อนเข้าประชุมกับ owner ทุกครั้ง และสรุป MoM ภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อ process ชัด performance จะเสถียร และผลลัพธ์จะตามมาเอง


3. Pre-Performance Routine: ความนิ่งก่อนลงสนาม


ก่อนนักกีฬาลงแข่งขันจะมี routine ที่ทำซ้ำทุกครั้ง ไม่ใช่เพื่อโชว์ แต่เพื่อ reset state ของตัวเอง ในงานบริหารอาคาร เรามี moment สำคัญหลายแบบ เช่น ก่อนเข้าประชุมกับ owner ก่อนคุยกับ tenant ที่มีปัญหา ก่อน handle incident ใหญ่ หรือก่อน present proposal คำถามคือ ทีมของเรามี routine หรือยัง ตัวอย่างง่าย ๆ ที่ใช้ได้จริงคือ 60-second reset routine หยุดแล้วหายใจลึก 3 ครั้ง ทบทวน objective ของ situation นี้ กำหนดประโยคแรกที่จะพูด และตัดสินใจ action แรกที่จะทำ สิ่งเล็ก ๆ นี้แยกระหว่างการ react กับการ perform


4. Focus & Attention Control: ไม่ให้เรื่องเดียวทำลายทั้งวัน


ในสนามกีฬา การเสียสมาธิเพียง 1 วินาทีอาจเปลี่ยนผลการแข่งขัน ในงานบริหารอาคาร การเจอ complaint หนึ่งเรื่องอาจทำให้ทั้งวันเสียศูนย์ สิ่งที่ต้องฝึกคือไม่เอา emotion ของเคสหนึ่งไปกระทบเคสถัดไป ไม่เอาคำพูดของลูกค้ามาเป็น self-judgment และไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดเล็ก ๆ ลุกลามเป็น mental breakdown ทีมที่ perform ดีไม่ใช่ทีมที่ไม่มีปัญหา แต่เป็นทีมที่ reset ตัวเองได้เร็ว


5. Team Cohesion: เล่นเป็นทีม ไม่ใช่แค่ทำงานร่วมกัน


ในกีฬา ทีมที่เก่งที่สุดไม่ใช่ทีมที่มี individual เก่งที่สุด แต่คือทีมที่เข้าใจกันที่สุด ใน property management หลายปัญหาไม่ได้เกิดจาก skill แต่เกิดจาก mental model ไม่ตรงกัน เช่น ใครเป็นคนตัดสินใจ ใครเป็นคนสื่อสาร ใครเป็นคน lead ใน incident และ priority คืออะไร สิ่งที่ต้องสร้างคือ common language ในการทำงาน role clarity ที่ชัดเจน after-action review หลัง incident และ shared understanding ของ what good looks like เมื่อทีมคิดเหมือนกัน จะเคลื่อนไหวเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ


6. Recovery: ระบบที่ถูกมองข้ามที่สุด


นักกีฬาระดับโลกให้ความสำคัญกับ recovery พอ ๆ กับ training แต่ในงานบริหารอาคาร เรามักให้ค่ากับความอึดมากกว่าความฟื้นตัว ความจริงคือทีมที่ล้าจะตัดสินใจช้าลง สื่อสารแย่ลง มี conflict มากขึ้น และพลาดในรายละเอียดมากขึ้น Recovery ในบริบทองค์กรไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็น management system เช่น การ rotation หลัง incident หนัก การ rebalance workload การให้ day-off ที่มีคุณภาพ และการทำ mental decompression หลังช่วงงานหนัก ทีมที่ดีไม่ใช่ทีมที่ทนได้ แต่คือทีมที่ฟื้นกลับมา perform ได้เร็ว


7. บทบาทของผู้นำ: จาก Manager → Coach


ใน framework นี้ บทบาทของผู้นำเปลี่ยนไป จากเดิมที่ focus ที่การควบคุมงาน ตรวจสอบผลลัพธ์ และแก้ปัญหา ต้องขยับไปสู่การสร้าง mindset ฝึก performance behavior สังเกต mental state ของทีม และสร้าง environment ที่ทำให้คน perform ได้ดีที่สุด ผู้นำที่ดีไม่ได้ทำให้ทีมทำงานได้ แต่ทำให้ทีม perform ได้ในทุกสถานการณ์


บทสรุป


งานบริหารอาคารไม่ใช่แค่เรื่องของระบบ เครื่องจักร และมาตรฐาน แต่คือเรื่องของมนุษย์ที่ต้อง perform ภายใต้แรงกดดันทุกวัน Sport psychology จึงไม่ใช่เรื่องของนักกีฬาเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับทีมบริหารอาคารจาก Operational Team ไปสู่ High Performance Team เพราะในท้ายที่สุด อาคารที่ดีไม่ได้ถูกวัดแค่จาก design หรือ technology แต่ถูกวัดจากคุณภาพของคนที่ดูแลมันในวันที่สถานการณ์ไม่เป็นใจ

Chakrapan Pawangkarat

  • TikTok
  • Facebook
  • LinkedIn
  • Instagram
  • Youtube
bottom of page