Office Space as a Strategic Mechanism: Implications for Organizational Performance and Resilience
- Chakrapan Pawangkarat
- Dec 21, 2025
- 1 min read
จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์
Head of Property Management, JLL Thailand
เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
21 December 2025

พื้นที่สำนักงานในฐานะกลไกเชิงกลยุทธ์ขององค์กร
จากต้นทุนคงที่สู่ปัจจัยกำหนดความสามารถในการแข่งขัน
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา พื้นที่สำนักงานมักถูกจัดวางบทบาทในฐานะต้นทุนดำเนินงานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยการตัดสินใจของผู้บริหารมุ่งเน้นไปที่การควบคุมค่าใช้จ่ายและการใช้พื้นที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโลกธุรกิจ ทั้งด้านรูปแบบการทำงาน เทคโนโลยี ความคาดหวังของแรงงาน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ กำลังทำให้กรอบคิดดังกล่าวไม่เพียงพออีกต่อไป
บทความนี้เสนอกรอบมุมมองใหม่ที่มองพื้นที่สำนักงานในฐานะกลไกเชิงกลยุทธ์ ซึ่งมีอิทธิพลโดยตรงต่อผลการดำเนินงานขององค์กร ความสามารถในการดึงดูดและรักษาบุคลากร ความยืดหยุ่นของธุรกิจ และบทบาทสำคัญของการบริหารจัดการอาคาร (Property Management) ในการแปลงศักยภาพของพื้นที่ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
1. บทนำ: เหตุใดพื้นที่สำนักงานจึงไม่ใช่เรื่อง “สนับสนุน” อีกต่อไป
สำหรับผู้บริหารองค์กรในสายธุรกิจ พื้นที่สำนักงานเคยเป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการทำงาน ขณะที่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ถูกโฟกัสไปที่ตลาด เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบุคลากรเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เมื่อรูปแบบการทำงานเปลี่ยนจากระบบประจำที่ไปสู่รูปแบบยืดหยุ่นและไฮบริด บทบาทของพื้นที่สำนักงานได้เปลี่ยนจาก “สถานที่” ไปเป็น “เครื่องมือ”
ในบริบทปัจจุบัน พื้นที่สำนักงานกลายเป็นจุดตัดระหว่างกลยุทธ์องค์กร วัฒนธรรมการทำงาน และประสบการณ์ของบุคลากร ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันขององค์กรโดยตรง
2. การเปลี่ยนบทบาทของพื้นที่สำนักงาน: จากต้นทุนคงที่สู่ตัวกำหนดผลลัพธ์
ในอดีต การประเมินพื้นที่สำนักงานมักอาศัยตัวชี้วัดเชิงปริมาณ เช่น ค่าเช่าต่อตารางเมตร หรืออัตราการใช้พื้นที่ ตัวชี้วัดเหล่านี้สะท้อนต้นทุนได้ดี แต่ไม่สามารถอธิบายผลกระทบของพื้นที่สำนักงานต่อพฤติกรรมการทำงานและผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างครบถ้วน
พื้นที่สำนักงานในยุคปัจจุบันมีบทบาทในการ
กำหนดรูปแบบการทำงานร่วมกัน
ส่งผลต่อความเร็วและคุณภาพของการตัดสินใจ
หล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กร
สร้างหรือบั่นทอนความผูกพันของบุคลากร
กล่าวอีกนัยหนึ่ง พื้นที่สำนักงานไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรสนับสนุน แต่เป็นองค์ประกอบเชิงโครงสร้างที่มีผลต่อสมรรถนะขององค์กรโดยรวม
3. พื้นที่สำนักงานกับกลยุทธ์ทรัพยากรบุคคล
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของผู้บริหารองค์กรในปัจจุบัน คือการดึงดูด รักษา และพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง สภาพแวดล้อมการทำงานเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงจูงใจ ประสิทธิภาพ และความตั้งใจที่จะอยู่กับองค์กรในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ
พื้นที่สำนักงานที่ออกแบบและบริหารจัดการโดยคำนึงถึงรูปแบบการทำงานจริงของบุคลากร สามารถสนับสนุนทั้งการทำงานเชิงลึกและการทำงานร่วมกัน ลดแรงเสียดทานในการสื่อสาร และสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของในองค์กร ในมุมมองนี้ พื้นที่สำนักงานจึงเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคล มากกว่าการเป็นเพียงต้นทุนด้านสถานที่
4. การใช้ข้อมูลเพื่อการบริหารพื้นที่สำนักงานอย่างมีหลักฐาน
การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในองค์กรยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเพิ่มขึ้น พื้นที่สำนักงานก็เช่นเดียวกัน การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานพื้นที่ เช่น รูปแบบการเข้าใช้งาน การใช้ห้องประชุม หรือช่วงเวลาที่มีความหนาแน่นสูง ช่วยให้องค์กรเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่กับพฤติกรรมการทำงานอย่างเป็นระบบ
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริหารสามารถประเมินได้ว่า
รูปแบบพื้นที่สำนักงานสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กรหรือไม่
การลงทุนด้านพื้นที่ให้ผลลัพธ์คุ้มค่าหรือไม่
ควรปรับพื้นที่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างไร
5. ความยั่งยืนและความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของพื้นที่สำนักงาน
ความยั่งยืนในปัจจุบันไม่ใช่เพียงประเด็นด้านภาพลักษณ์องค์กร แต่เป็นปัจจัยด้านต้นทุนและความเสี่ยงในระยะยาว พื้นที่สำนักงานที่ไม่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน หรือไม่สามารถปรับตัวต่อข้อกำหนดและความคาดหวังด้านสิ่งแวดล้อม อาจสร้างต้นทุนแฝงและข้อจำกัดเชิงกลยุทธ์ให้กับองค์กร
ในทางกลับกัน พื้นที่สำนักงานที่มีประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น จะช่วยลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว
6. การเลือกพื้นที่สำนักงานที่ดี: การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหาร
การเลือกพื้นที่สำนักงานมักถูกมองเป็นการตัดสินใจด้านสถานที่หรือการจัดซื้อ แต่ในความเป็นจริง นี่คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อหลายมิติขององค์กร ผู้บริหารควรพิจารณาปัจจัยสำคัญ ได้แก่
ความสอดคล้องกับรูปแบบการทำงานขององค์กร พื้นที่สำนักงานควรรองรับรูปแบบการทำงานจริง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกัน การทำงานเชิงลึก หรือการทำงานแบบไฮบริด
คุณภาพสภาพแวดล้อมการทำงาน ความสบายด้านอุณหภูมิ แสง เสียง และคุณภาพอากาศ ส่งผลต่อสมรรถนะและความเป็นอยู่ของบุคลากรในระยะยาว
ความเสถียรและความน่าเชื่อถือของการดำเนินงาน พื้นที่สำนักงานไม่ควรสร้างความเสี่ยงเพิ่มเติมให้กับธุรกิจ ความต่อเนื่องของระบบพื้นฐานและการจัดการเหตุขัดข้องมีผลต่อการดำเนินงานโดยตรง
7. บทบาทของ Property Management: กลไกที่เชื่อมพื้นที่กับผลลัพธ์ทางธุรกิจ
ประสบการณ์การใช้งานพื้นที่สำนักงานในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ถูกกำหนดโดยตัวพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ Property Management อย่างมีนัยสำคัญ
Property Management ที่มีคุณภาพทำหน้าที่
รักษาเสถียรภาพของระบบและบริการพื้นฐาน
บริหารจัดการปัญหาและเหตุขัดข้องอย่างเป็นระบบ
สื่อสารและประสานงานระหว่างผู้ใช้งานและเจ้าของพื้นที่
ดูแลประสบการณ์การใช้งานพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรผู้เช่า
ในมุมนี้ Property Management ไม่ใช่เพียงผู้ดูแลสถานที่ แต่เป็นผู้แปลงศักยภาพของพื้นที่สำนักงานให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้
8. พื้นที่สำนักงานในฐานะเครื่องมือสร้างความยืดหยุ่นขององค์กร
องค์กรที่มองระยะยาวเริ่มใช้พื้นที่สำนักงานเป็นเครื่องมือสร้างความยืดหยุ่น ทั้งต่อจำนวนบุคลากร รูปแบบการทำงาน และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง พื้นที่สำนักงานที่ดีไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบที่สุดในวันที่เลือก แต่ต้องสามารถปรับตัวและรองรับอนาคตได้
บทสรุป
สำหรับผู้บริหารองค์กรที่ไม่ได้อยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ พื้นที่สำนักงานไม่ควรถูกมองเป็นเพียงต้นทุนคงที่ แต่ควรถูกพิจารณาในฐานะกลไกเชิงกลยุทธ์ที่มีผลต่อคน กระบวนการ และผลลัพธ์ขององค์กร การตัดสินใจเกี่ยวกับพื้นที่สำนักงานที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์องค์กรอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างในโลกธุรกิจที่ไม่แน่นอน
ท้ายที่สุด พื้นที่สำนักงานที่ดีไม่ใช่พื้นที่ที่ดูดีที่สุดในวันเซ็นสัญญาแต่คือพื้นที่ที่ สนับสนุนองค์กรได้ดีที่สุด ตลอดช่วงเวลาการใช้งาน


