top of page

Reimagining the Future of Spaces ทำไม Corporate Real Estate (CRE) จึงกลายเป็นตัวแปรเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจยุคใหม่

Updated: Dec 22, 2025

จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์

Head of Property Management, JLL Thailand

เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

20 December 2025



บทความนี้เรียบเรียงจากรายงานของ JLL เรื่อง “Reimagining the Future of Spaces – How to develop a corporate real estate strategy that prepares your business for what’s next”

รายงานฉบับเต็มสามารถอ่านได้ที่🔗 https://www.jll.com/en-us/insights/reimagining-the-future-of-spaces


ในอดีต Corporate Real Estate (CRE) มักถูกมองว่าเป็นหน้าที่เชิงปฏิบัติการที่มีบทบาทสนับสนุนธุรกิจเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นการควบคุมต้นทุน การจัดการพื้นที่ และการรักษาความต่อเนื่องในการใช้งานอาคาร อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีในทศวรรษที่ผ่านมา ได้ผลักดันให้ CRE กลายเป็นหนึ่งในกลไกเชิงกลยุทธ์ที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการแข่งขันขององค์กร บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายเหตุผลเชิงโครงสร้างที่ทำให้ CRE ถูกยกระดับสู่ระดับการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัท (Boardroom) พร้อมวิเคราะห์บทบาทใหม่ของ CRE ในบริบทของเมือง การทำงานแบบไฮบริด ความยั่งยืน การรีโทรฟิตอาคาร และการใช้ข้อมูลในการกำหนดกลยุทธ์ระยะยาว


1. บทนำ: การเปลี่ยนสถานะของ Corporate Real Estate


ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา CRE ถูกจัดวางอยู่ในกรอบคิดของ “ต้นทุนที่จำเป็น” (necessary cost) มากกว่าสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ การตัดสินใจด้านอสังหาริมทรัพย์องค์กรจึงมักถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยเชิงประสิทธิภาพระยะสั้น เช่น ค่าเช่าต่อตารางเมตร ความหนาแน่นของพื้นที่ใช้งาน และความสะดวกเชิงโลจิสติกส์


อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวเริ่มไม่เพียงพอในการอธิบายบทบาทของ CRE ในบริบทปัจจุบัน เนื่องจากพื้นที่ อาคาร และทำเล ได้กลายเป็นตัวแปรที่มีผลโดยตรงต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการดึงดูดและรักษาบุคลากร ความสามารถในการปรับตัวขององค์กร หรือการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน


ในบริบทนี้ คำถามเชิงกลยุทธ์จึงเปลี่ยนจาก


“องค์กรต้องใช้พื้นที่เท่าใด” ไปสู่

“พื้นที่และอาคารนั้นเอื้อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจรูปแบบใด”


2. CRE กับแรงเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโลกธุรกิจ


บทบาทใหม่ของ CRE เกิดขึ้นจากแรงเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างหลายประการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่

  1. การขยายตัวและการเปลี่ยนบทบาทของเมือง (Urbanization)

  2. การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานและโครงสร้างแรงงาน

  3. ความเร่งด่วนด้านสภาพภูมิอากาศและกรอบ ESG

  4. การเร่งตัวของเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูล

  5. การแข่งขันด้านทุนมนุษย์ (Human Capital)


แรงเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ CRE ไม่สามารถทำหน้าที่เชิงรับ (reactive) ได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องทำหน้าที่เชิงคาดการณ์ (anticipatory) และเชิงกำหนดทิศทาง (strategic steering)


3. เมืองในฐานะระบบเศรษฐกิจ และความเสี่ยงของอาคารล้าสมัย


แม้เมืองจะยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ นวัตกรรม และทุนมนุษย์ แต่อาคารจำนวนมากในย่านศูนย์กลางธุรกิจกลับเริ่มไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานยุคใหม่ได้


อัตราพื้นที่ว่างที่เพิ่มขึ้นในหลายเมืองใหญ่ ไม่ได้สะท้อนถึงการเสื่อมถอยของเมือง หากแต่สะท้อนถึงภาวะ “ความไม่สอดคล้องเชิงหน้าที่” (functional misalignment) ระหว่างอาคารกับรูปแบบการทำงานและการใช้ชีวิตในปัจจุบัน


แนวโน้มดังกล่าวนำไปสู่ความต้องการอาคารระดับ “Super-prime” ซึ่งมีคุณลักษณะสำคัญ ได้แก่

  • ความแข็งแกร่งด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน

  • ความพร้อมด้านดิจิทัลและข้อมูล

  • การเชื่อมโยงกับระบบเมืองและกิจกรรมชีวิตประจำวัน


ในมุมมองเชิง CRE การเลือกทำเลจึงไม่ใช่การประเมินเชิงภูมิศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการประเมินเชิงระบบว่าอาคารนั้นสนับสนุนกลยุทธ์องค์กรหรือไม่


4. การทำงานแบบไฮบริดกับการออกแบบพื้นที่เชิงปรับตัว


การทำงานแบบไฮบริด (Hybrid Work) ได้กลายเป็นโครงสร้างถาวรขององค์กรสมัยใหม่ มากกว่าการทดลองชั่วคราว พื้นที่สำนักงานจึงไม่สามารถถูกออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานแบบสม่ำเสมอและคงที่อีกต่อไป


จากมุมมองเชิงวิชาการ องค์กรต้องออกแบบพื้นที่ให้เป็น “ระบบที่ปรับตัวได้” (adaptive system) ซึ่งสามารถรองรับรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงตามบริบทเวลา


ความท้าทายเชิงกลยุทธ์คือ การสร้างสมดุลระหว่าง

  • ความรวดเร็วในการตอบสนองต่อพฤติกรรมแรงงาน

  • และความยั่งยืนของการลงทุนในระยะยาว


การตัดสินใจที่ขาดมุมมองเชิงระบบ อาจนำไปสู่การสร้างพื้นที่ที่ล้าสมัยอย่างรวดเร็ว แม้จะเพิ่งแล้วเสร็จไม่นาน


5. กฎระเบียบด้านความยั่งยืนในฐานะตัวเร่งเชิงระบบ


กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและ ESG มักถูกมองว่าเป็นข้อจำกัดในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ในมุมมองเชิงระบบ กฎระเบียบที่ชัดเจนและสอดคล้องกัน สามารถทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่ง” (catalyst) ให้เกิดการลงทุนและการปรับปรุงอาคารในวงกว้าง


อย่างไรก็ตาม ความไม่สม่ำเสมอของนโยบายและกรอบการรายงาน ยังคงเป็นแหล่งความไม่แน่นอนสำคัญสำหรับองค์กรและนักลงทุน


ดังนั้น CRE เชิงกลยุทธ์จึงต้องพัฒนา “ความสามารถเชิงสถาบัน” (institutional capability) เพื่อ

  • ตีความทิศทางกฎระเบียบ

  • คาดการณ์มาตรฐานในอนาคต

  • และบูรณาการการปฏิบัติตามกฎเข้ากับกลยุทธ์องค์กร


6. Radical Retrofit: การยกระดับอาคารเดิมในเชิงระบบ


ในบริบทของการลดการปล่อยคาร์บอน อาคารส่วนใหญ่ในอนาคตคืออาคารที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ทำให้การรีโทรฟิต (retrofitting) กลายเป็นกลไกหลักของการเปลี่ยนผ่าน


แนวคิด Radical Retrofit มองการปรับปรุงอาคารเดิมในฐานะการลงทุนเชิงระบบ มากกว่าการซ่อมบำรุงเชิงเทคนิค โดยครอบคลุมมิติด้าน

  • พลังงาน

  • ระบบอาคาร

  • ประสบการณ์ผู้ใช้งาน

  • และบทบาทของอาคารในระบบเมือง


จากมุมมองเชิงเศรษฐศาสตร์ การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการจัดการพลังงานเชิงรุก สามารถยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอาคาร และสร้างมูลค่าในระยะยาวที่มากกว่าต้นทุนการลงทุนเริ่มต้น


7. CRE กับทุนมนุษย์และสมรรถนะองค์กร


งานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคารกับสมรรถนะของบุคลากร ทั้งในด้านสุขภาพ ความสามารถในการโฟกัส และความผูกพันต่อองค์กร


ในโลกที่ทุนมนุษย์เป็นทรัพยากรที่ขาดแคลน CRE จึงมีบทบาทโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขัน ไม่ใช่ในฐานะต้นทุน แต่ในฐานะ “โครงสร้างสนับสนุนสมรรถนะ” (performance infrastructure)


8. พื้นที่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Ready Spaces)


การออกแบบ CRE ในอนาคตต้องอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์ (empirical data) มากกว่าประสบการณ์หรือสมมติฐานเพียงอย่างเดียว ข้อมูลการใช้พื้นที่ การเคลื่อนไหว และสภาพแวดล้อม กลายเป็นฐานในการกำหนดกลยุทธ์


อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หากขาดกรอบกำกับดูแลข้อมูล (data governance) ที่ชัดเจน ข้อมูลจะไม่สามารถแปลงเป็นคุณค่าเชิงกลยุทธ์ได้


9. บทสรุป


การเปลี่ยนผ่านของ Corporate Real Estate จากงานปฏิบัติการสู่กลไกเชิงกลยุทธ์ เป็นผลลัพธ์ของแรงเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระดับโลก


CRE ในยุคปัจจุบันไม่ใช่เรื่องของพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของกลยุทธ์ภาวะผู้นำและความสามารถในการมองอนาคตอย่างเป็นระบบ


องค์กรที่สามารถยกระดับ CRE ให้เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเชิงนโยบาย จะมีความได้เปรียบเชิงการแข่งขันในโลกที่พื้นที่ เมือง และคน กำลังเปลี่ยนบทบาทไปพร้อมกัน



Chakrapan Pawangkarat

  • TikTok
  • Facebook
  • LinkedIn
  • Instagram
  • Youtube
bottom of page