top of page

สร้างช่องทางสื่อสารที่ชัดเจน เพื่อเชื่อมงานประจำวันกับพันธกิจขององค์กร

จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์

Head of Property Management, JLL Thailand

เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

16 February 2026



ทำไม “ความเชื่อมโยง” สำคัญกว่าการสื่อสารทั่วไป


หลายองค์กรสื่อสารตลอดเวลา ทั้งอีเมล ประชุม รายงาน และตัวชี้วัดต่าง ๆ แต่พนักงานจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกว่า งานของตนเองเป็นเพียงหน้าที่ประจำวัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาพใหญ่ขององค์กร ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปริมาณการสื่อสาร แต่อยู่ที่การขาดความเชื่อมโยง หากพนักงานเข้าใจว่าสิ่งที่ทำในแต่ละวันมีส่วนผลักดันพันธกิจขององค์กรอย่างไร งานจะเปลี่ยนจากกิจวัตรเป็นบทบาทที่มีความหมาย และความผูกพันจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ


แปลงกลยุทธ์ให้เป็นภาษาที่หน้างานเข้าใจ


กลยุทธ์มักถูกพูดถึงในระดับผู้บริหาร ในรูปแบบแผนงาน เป้าหมายรายปี หรือวิสัยทัศน์ระยะยาว แต่พนักงานหน้างานทำงานอยู่กับรายละเอียดในแต่ละวัน การสร้างช่องทางสื่อสารที่ชัดเจนจึงต้องทำหน้าที่ “แปลภาษา” จากกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ เช่น อธิบายว่าการลดเวลาตอบสนองลูกค้าส่งผลต่อความภักดีอย่างไร หรือการควบคุมคุณภาพอย่างสม่ำเสมอช่วยเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์อย่างไร เมื่อกลยุทธ์ถูกอธิบายผ่านพฤติกรรมที่จับต้องได้ ความเข้าใจจะชัดเจนขึ้นทันที


ออกแบบช่องทางสื่อสารให้มีระบบและต่อเนื่อง


ความชัดเจนไม่เกิดจากการประกาศเพียงครั้งเดียว แต่ต้องเกิดจากจังหวะการสื่อสารที่สม่ำเสมอ องค์กรควรกำหนดรูปแบบการสื่อสารที่ชัดเจน เช่น การประชุมทีมรายสัปดาห์ที่เชื่อมโยงผลการทำงานกับเป้าหมายหลัก การใช้บอร์ดแสดงผลที่อธิบายความหมายของตัวเลข หรือการอัปเดตสถานการณ์องค์กรอย่างโปร่งใส ความสม่ำเสมอช่วยลดความคลาดเคลื่อน และทำให้พันธกิจไม่เลือนหายไปจากการทำงานประจำวัน


เปิดพื้นที่ให้เกิดการสื่อสารสองทาง


การสื่อสารที่แท้จริงต้องไม่ใช่เพียงการแจ้งข้อมูลจากบนลงล่าง แต่ต้องเปิดโอกาสให้พนักงานสอบถาม แสดงความเห็น และสะท้อนประสบการณ์จากหน้างาน การมีช่องทางรับฟังที่จริงจังช่วยให้เกิดความเข้าใจร่วมกันมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้นำก็ได้รับข้อมูลเชิงลึกที่อาจไม่ปรากฏในรายงานอย่างเป็นทางการ การมีส่วนร่วมเช่นนี้สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ และทำให้พันธกิจไม่ใช่เพียงคำประกาศบนกระดาษ


ทำให้ตัวชี้วัดมีความหมาย


ตัวเลขและ KPI เป็นเครื่องมือสำคัญ แต่หากนำเสนอเพียงผลลัพธ์โดยไม่มีบริบท พนักงานอาจมองว่าเป็นเพียงแรงกดดัน การสื่อสารที่ดีควรอธิบายว่าตัวชี้วัดเหล่านั้นเชื่อมโยงกับผลกระทบต่อองค์กรอย่างไร เช่น คะแนนความพึงพอใจที่เพิ่มขึ้นหมายถึงการรักษาลูกค้าได้มากขึ้น หรือการลดข้อผิดพลาดช่วยเสริมความน่าเชื่อถือในระยะยาว เมื่อพนักงานเห็นผลลัพธ์ที่กว้างกว่าเป้าหมายส่วนตัว แรงจูงใจจะเกิดจากความเข้าใจ ไม่ใช่ความกลัว


บทบาทของผู้นำในฐานะผู้เชื่อมโยง


หัวหน้างานและผู้จัดการมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมกลยุทธ์กับการปฏิบัติ ผู้นำที่ดีไม่เพียงมอบหมายงาน แต่ต้องอธิบายเหตุผลและความสำคัญของงานนั้นต่อเป้าหมายองค์กรอย่างสม่ำเสมอ การตั้งคำถามเชิงสะท้อน การยกตัวอย่างผลกระทบ และการเล่าเรื่องความสำเร็จของทีม ล้วนเป็นวิธีช่วยให้พันธกิจมีชีวิตจริงในหน้างาน


จากงานประจำวันสู่ความหมายระยะยาว


เมื่อช่องทางสื่อสารถูกออกแบบอย่างชัดเจน โปร่งใส และเปิดกว้าง พนักงานจะเริ่มมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างบทบาทของตนเองกับทิศทางองค์กร งานที่เคยเป็นกิจวัตรจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จร่วมกัน องค์กรที่สามารถทำให้ทุกคนเข้าใจภาพเดียวกันได้ จะสร้างวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง และผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาว

Chakrapan Pawangkarat

  • TikTok
  • Facebook
  • LinkedIn
  • Instagram
  • Youtube
bottom of page