top of page

เมื่อ “พนักงานหน้างาน” ไม่ใช่แค่คนทำงาน แต่คือหัวใจของระบบบริการ

จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์

Head of Property Management, JLL Thailand

เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

16 February 2026



ในธุรกิจ Property Management พนักงานหน้างาน เช่น ช่างเทคนิค ฝ่ายบริการลูกค้า พนักงานดูแลอาคาร เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย และทีมซ่อมบำรุง คือกลไกที่ทำให้อาคารและบริการดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ทุกวันพวกเขาเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านลูกค้า สภาพแวดล้อม และภารกิจที่ซับซ้อน แต่ผลสำรวจล่าสุดจากงานวิจัยหลายแหล่งชี้ว่าพนักงานหน้างานมักรู้สึกว่าเสียงของตัวเองไม่ได้รับการยอมรับ หรือไม่มีความชัดเจนว่าหน้าที่ของตนสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรอย่างไร ซึ่งส่งผลต่อการมีส่วนร่วมและความผูกพันต่อองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ


1) การสื่อสารที่ชัดเจน เปลี่ยนความ “ทำงานตามหน้าที่” ให้เป็น “งานที่มีความหมาย”


พนักงานหน้างานจำนวนมากมักขาดช่องทางในการรับรู้ภาพรวมขององค์กร หลายครั้งข้อมูลเช่นเป้าหมายของปี วิสัยทัศน์องค์กร หรือแผนเชิงกลยุทธ์ถูกแบ่งปันผ่านช่องทางที่พนักงานหน้างานเข้าถึงได้ยาก เช่น อีเมลหรือระบบอินทราเน็ตที่พวกเขาแทบไม่เห็นในระหว่างการทำงานจริง


แนวทางที่ได้ผลคือ

  • สื่อสารพันธกิจองค์กรผ่านภาษาที่เข้าใจง่ายและเชื่อมโยงกับงานประจำวัน

  • บอกให้ชัดว่าความสำเร็จของทีมบริการลูกค้า หรือการลดเวลาซ่อม = ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นและรักษาระดับค่าเช่า

  • ใช้ช่องทางที่เข้าถึงได้จริง เช่น แอปมือถือ กลุ่มข้อความเฉพาะทีม หรือ brief ก่อน/หลังกะงาน


เมื่อทุกคนเข้าใจ “เหตุผลเบื้องหลังงานของตนเอง” พวกเขาจะรู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ ไม่ใช่ทำงานให้เสร็จไปวัน-ๆ


2) สะท้อนความสำคัญของพนักงานผ่านการยอมรับและการ “เห็นคุณค่า”


งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า พนักงานหน้างานมักรู้สึก เป็นคนที่ถูกละเลย แม้ว่าพวกเขาจะเป็นหน้าด่านให้บริการลูกค้าหรือดูแลระบบอาคารโดยตรงก็ตาม  การเพิกเฉยต่อความรู้สึกเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาต่อทั้งแรงจูงใจและอัตราการลาออก


แนวปฏิบัติที่แนะนำให้เกิดขึ้นจริงคือ


✔ การยอมรับผลงานเล็ก ๆ ผ่านคำชม การประกาศผลบ่อย ๆ

✔ การวัดผลและป้อนกลับทันทีระหว่างการปฏิบัติงาน

✔ ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเชิงปฏิบัติ เช่น ปรับปรุงกระบวนการ

✔ ส่งเสียงของพนักงานกลับถึงผู้บริหารผ่านระบบ feedback ที่เป็นจริง


การ “เห็นคุณค่า” ของพนักงานแบบไม่ใช่แค่โบนัสหรือสิ่งจูงใจภายนอก แต่เป็นการยอมรับว่าพวกเขาเป็นส่วนสำคัญของสิ่งที่องค์กรต้องการจะเป็นจริง ช่วยสร้างความผูกพันในระดับลึก ซึ่งมีผลต่อทั้งประสิทธิภาพงานและอัตราอยู่ต่อของพนักงาน


3) ความยืดหยุ่นและสวัสดิการต้องมากกว่าแค่แนวคิด


แม้พนักงานหน้างานจะไม่ต้องการการทำงานแบบ hybrid เหมือนพนักงานออฟฟิศ แต่ผลสำรวจพบว่าพวกเขายังต้องการความยืดหยุ่นในรูปแบบที่เหมาะกับงานของตน เช่น


– เลือกวันทำงาน การเปลี่ยนกะล่วงหน้า

– ที่พักเข้าถึงได้สะดวก

– สวัสดิการด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่จริงจัง ไม่ใช่เฉพาะชุด PPE


ในธุรกิจ Property Management การบริหารกะและตารางทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น สลับวันหยุดระหว่างทีม ลดความตึงเครียดจากกะกลางคืน หรือมีเวลาพักส่วนตัวทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ช่วยลด burnout และเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ


4) พัฒนาและออกแบบเส้นทางอาชีพให้เห็นอนาคต


หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้พนักงานหน้างานออกจากองค์กรคือ “ไม่มีเส้นทางการเติบโต” และรู้สึกว่างานของตนถูกจำกัดอยู่กับแค่หน้าที่เดิมซ้ำซ้อน


แนวทางที่จัดว่ามีผลสูงคือ


📌 เปิดโปรแกรมฝึกอบรมที่เข้าถึงง่าย

📌 สร้างเส้นทางพัฒนาอาชีพ เช่น จากช่างระดับปฏิบัติการสู่หัวหน้าทีม หรือเชี่ยวชาญระบบเฉพาะทาง

📌 จับคู่กับ mentor ที่ช่วยให้พนักงานเห็นวิธีพัฒนาทักษะ


องค์กรมากกว่าแค่บอกว่า “เรียนรู้เพิ่ม” แต่ต้องแสดงว่าเรียนรู้แล้วจะไปไหนได้จริง ซึ่งจะเพิ่มทั้งความจงรักภักดีและแรงจูงใจอย่างยั่งยืน


5) ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและรองรับทั้งร่างกายและจิตใจ


งานวิจัยชี้ว่าพนักงานหน้างานให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจสูงถึงหลักสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการมีประสบการณ์การทำงานที่ดีหรือไม่ดี


ในบริบท Property Management นี่หมายถึง


🔹 ระบบตรวจตราความปลอดภัยอัจฉริยะ

🔹 การจัดสภาพแวดล้อมที่ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ

🔹 การสนับสนุนด้านสุขภาพ เช่น บริการให้คำปรึกษา บำบัดความเครียดและโปรแกรมสุขภาพ


เมื่อพนักงานรู้สึกว่าที่ทำงานปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ งานประจำวันจะไม่ใช่ภาระ แต่เป็นพื้นที่ที่พวกเขารู้สึกว่าองค์กรห่วงใยและปกป้องพวกเขา


สรุปแนวคิดสำหรับ Property Management


การจัดการพนักงานหน้างาน ไม่ใช่แค่การสั่งงานและวัดผล


แต่เป็นเรื่องของการสร้าง ระบบสื่อสาร การยอมรับ ความหมายของงาน และโอกาสการเติบโต ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการถึงระดับองค์กร


เมื่อองค์กรสามารถเชื่อมโยง


🧩 งานประจำวัน → เป้าหมายองค์กร

🧩 ความสามารถ → โอกาสเติบโต

🧩 ความปลอดภัย → คุณภาพชีวิต


พนักงานจะไม่เพียงอยู่กับองค์กรนานขึ้นแต่จะ เติบโตไปพร้อมกับองค์กร อย่างมีพลังและตั้งใจ

Chakrapan Pawangkarat

  • TikTok
  • Facebook
  • LinkedIn
  • Instagram
  • Youtube
bottom of page