top of page

Human–AI Hybrid Work จาก Davos WEF 2026: เมื่อการทำงานร่วมกับ AI กำลังเปลี่ยนวิธีออกแบบสำนักงาน

จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์

Head of Property Management, JLL Thailand

เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

27 January 2026



เวที World Economic Forum 2026 ณ เมืองดาวอส ไม่ได้พูดถึง AI ในฐานะเทคโนโลยีล้ำยุคเพียงอย่างเดียว หากสะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของโลกการทำงาน ซึ่งกำลังขยับเข้าสู่ยุค Human–AI Hybrid Work อย่างจริงจัง มนุษย์และระบบอัจฉริยะกำลังกลายเป็นเพื่อนร่วมทีมในกระบวนการตัดสินใจ การวิเคราะห์ และการสร้างสรรค์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคำถามสำคัญของนักออกแบบอาคาร เจ้าของทรัพย์สิน และผู้บริหารอาคารในยุคถัดไปว่า… สำนักงานแบบไหนจะรองรับการทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างแท้จริง


1. พื้นที่ทำงานจากโต๊ะประจำ สู่ศูนย์ตัดสินใจเชิงข้อมูล


แนวคิดจาก Davos ชี้ว่าการทำงานร่วมกับ AI จะเพิ่มสัดส่วนของงานวิเคราะห์ข้อมูล การจำลองสถานการณ์ และการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ ซึ่งทำให้พื้นที่สำนักงานต้องขยับจากผังแบบแถวโต๊ะทำงานสู่พื้นที่ที่รองรับการประชุมเชิงลึก ห้อง Situation Room ห้อง Data Lab หรือ War Room ดิจิทัล ที่เชื่อมต่อจอแสดงผลขนาดใหญ่ ระบบ Visualization และแพลตฟอร์ม AI Assistant เพื่อให้ทีมสามารถตีความข้อมูลร่วมกันในพื้นที่เดียวกัน สำนักงานจึงเริ่มมีบทบาทเป็น “พื้นที่รวมพลังปัญญา” มากกว่าสถานที่นั่งทำงานรายบุคคล


2. ห้องประชุมอัจฉริยะและโครงสร้าง IT–OT ที่เป็นหัวใจอาคาร


Human–AI Hybrid Work ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างเข้มข้น ตั้งแต่ Edge Computing ภายในอาคาร ระบบเครือข่ายความเร็วสูง Cybersecurity ไปจนถึงการเชื่อมต่อระบบอาคาร (BMS) กับแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้การออกแบบสำนักงานยุคใหม่ต้องบูรณาการ IT–OT ตั้งแต่ต้นทาง ห้องประชุมไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่คุยงานอีกต่อไป หากกลายเป็น Smart Collaboration Hub ที่รองรับการประชุมแบบ Hybrid, AI transcription, real-time translation, digital twin visualization และการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านพลังงานหรือความหนาแน่นการใช้งานของอาคารในทันที


3. ผังพื้นที่ยืดหยุ่นสูง รองรับทีมมนุษย์-AI ที่เปลี่ยนรูปแบบตลอดเวลา


จากมุมมอง WEF รูปแบบงานในอนาคตจะมีลักษณะ Project-based และเปลี่ยนทีมงานอย่างรวดเร็ว สำนักงานจึงต้องออกแบบให้ ปรับเปลี่ยนได้ง่าย (highly reconfigurable) ผ่านผนังกั้นเคลื่อนย้ายได้ เฟอร์นิเจอร์โมดูลาร์ ระบบไฟและปรับอากาศแบบ zone control และพื้นที่ coworking ภายในองค์กรที่สามารถเปลี่ยนจากพื้นที่ทำงานส่วนบุคคลเป็นพื้นที่วิเคราะห์กลุ่มภายในเวลาอันสั้น สำหรับอาคารเก่า การ retrofit เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ MEP และโครงสร้างฝ้า-พื้นกำลังกลายเป็นหัวใจของการยืดอายุอาคารให้สอดคล้องกับโลกการทำงานแบบ Hybrid


4. อาคารต้อง “รับรู้” การใช้งาน และตอบสนองแบบอัตโนมัติ


อีกสัญญาณจาก Davos คือการใช้ AI เพื่อทำให้อาคารสามารถปรับตัวตามพฤติกรรมผู้ใช้งานได้แบบเรียลไทม์ ตั้งแต่การควบคุมอุณหภูมิ แสงสว่าง คุณภาพอากาศ ไปจนถึงการจัดสรรห้องประชุมตามความต้องการจริง สิ่งนี้ทำให้การออกแบบสำนักงานยุคใหม่ต้องเตรียมโครงสร้าง sensor, meter และ digital twin ตั้งแต่ต้นทาง ส่วนอาคารเก่าจำเป็นต้องลงทุนใน IoT retrofit เพื่อยกระดับอาคารจาก “โครงสร้างกายภาพ” สู่ “แพลตฟอร์มอัจฉริยะ” ที่เรียนรู้จากผู้ใช้งานและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานควบคู่กับความสบายของพนักงาน


5. ความเป็นมนุษย์และสุขภาวะกลายเป็นองค์ประกอบหลักของพื้นที่ทำงาน


แม้ AI จะเข้ามามีบทบาทสูงขึ้น WEF ย้ำว่ามนุษย์ยังคงเป็นศูนย์กลางของโลกการทำงาน ส่งผลให้การออกแบบสำนักงานต้องให้ความสำคัญกับ biophilic design, แสงธรรมชาติ เสียงรบกวนต่ำ พื้นที่พักฟื้นสมาธิ ห้องโฟกัส และพื้นที่สังคมภายในองค์กร เพื่อรองรับการทำงานเชิงความคิดและลดภาระทางปัญญาจากโลกดิจิทัลที่เข้มข้นขึ้น อาคารเก่าที่ต้องการ reposition ให้แข่งขันได้จึงต้องปรับเรื่องคุณภาพอากาศ การเข้าถึงแสงธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมภายในให้ตอบโจทย์สุขภาวะของแรงงานความรู้รุ่นใหม่


6. ความโปร่งใสด้านข้อมูลและจริยธรรมต้องถูกฝังในงานออกแบบ


Human–AI Hybrid Work นำมาซึ่งการใช้ข้อมูลในระดับลึก ทั้งภาพ เสียง การเคลื่อนไหว และรูปแบบการใช้งานพื้นที่ สำนักงานยุคใหม่จึงต้องออกแบบระบบที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่ตำแหน่งกล้องและเซ็นเซอร์ การแยกเครือข่ายข้อมูล การควบคุมสิทธิ์เข้าถึง ไปจนถึงพื้นที่สำหรับทีม IT Security และ Data Governance อาคารเก่าที่จะปรับตัวสู่ยุคนี้จำเป็นต้องยกระดับโครงสร้าง Cyber-Physical Security เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้งานในระยะยาว


7. บททดสอบของอาคารรุ่นเดิมในโลก Human–AI Hybrid


กรอบคิดจาก WEF สะท้อนว่าความเร็วในการปรับตัวจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของสำนักงาน อาคารที่ยังยึดติดกับระบบ MEP แข็งตัว โครงข่ายสื่อสารล้าสมัย และผังพื้นที่ตายตัวจะเริ่มเสียเปรียบ ขณะที่อาคารซึ่งลงทุน retrofit ด้านดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพสภาพแวดล้อมภายใน จะสามารถรองรับองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI ได้จริงในทศวรรษถัดไป


บทสรุป: สำนักงานในยุค AI คือโครงสร้างพื้นฐานของปัญญามนุษย์


ภาพจาก Davos WEF 2026 ทำให้เห็นชัดว่าสำนักงานในอนาคตไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำงาน หากเป็น “ระบบนิเวศการตัดสินใจ” ที่เชื่อมโยงมนุษย์ เทคโนโลยี และอาคารเข้าด้วยกัน การออกแบบใหม่และการ retrofit อาคารเก่าจึงต้องขยับจากการตกแต่งภายในไปสู่การลงทุนเชิงโครงสร้างด้านดิจิทัล ความยืดหยุ่น และสุขภาวะ เพื่อให้อาคารสามารถรองรับโลก Human–AI Hybrid ได้อย่างแท้จริง

Chakrapan Pawangkarat

  • TikTok
  • Facebook
  • LinkedIn
  • Instagram
  • Youtube
bottom of page