Liquid Cooling กับอนาคตของ Data Center ยุค AI
- Chakrapan Pawangkarat
- 3 days ago
- 2 min read
จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์
Head of Property Management, JLL Thailand
Advisory Committee, Air-Conditioning Engineering Association of Thailand
Member ASHRAE, Board of Governors - ASHRAE Thailand Chapter
12 February 2026

เมื่อความร้อนกลายเป็นตัวกำหนดมูลค่าและความสามารถในการแข่งขัน
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ดาต้าเซ็นเตอร์ถูกมองว่าเป็น “โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล” ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลก วันนี้สถานะของมันเปลี่ยนไปอีกขั้น มันคือหัวใจของระบบ AI, Cloud, FinTech, HealthTech และอุตสาหกรรมใหม่แทบทุกแขนง
การเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงที่สุดไม่ได้เกิดจากจำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่เพิ่มขึ้นแต่เกิดจาก “ความหนาแน่นความร้อน” ที่พุ่งสูงแบบก้าวกระโดด
Rack แบบดั้งเดิมในอดีตอาจอยู่ที่ 5–10 kW ต่อแร็คData center รุ่นใหม่จำนวนมากอยู่ที่ 20–30 kW
AI cluster ระดับสูงอาจแตะ 60–100 kW ต่อแร็ค และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
เมื่อความร้อนเพิ่มขึ้นระดับนี้ ระบบระบายความร้อนแบบอากาศเริ่มแตะเพดานทางฟิสิกส์และนี่คือจุดที่ “Liquid Cooling” กลายเป็นกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี
1. ฟิสิกส์ที่เปลี่ยนเกม
อากาศเป็นตัวกลางที่มีความหนาแน่นต่ำและมีค่าความจุความร้อนจำเพาะต่ำในทางตรงกันข้าม ของเหลว โดยเฉพาะน้ำ มีค่าการนำความร้อนและความสามารถในการดูดซับพลังงานความร้อนสูงกว่าหลายเท่า
ความหมายเชิงวิศวกรรมคือ
ของเหลวสามารถพาความร้อนปริมาณมากออกจากจุดกำเนิดได้ในปริมาตรที่เล็กกว่าใช้พลังงานพัดลมน้อยกว่าควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำกว่า
ในโลกที่ GPU หนึ่งตัวปล่อยความร้อนหลายร้อยวัตต์ และในหนึ่งแร็คมีหลายสิบตัวการพึ่งลมเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพออีกต่อไป
2. ทำไมระบบอากาศเริ่มถึงขีดจำกัด
แม้เทคโนโลยี containment, in-row cooling, rear door heat exchanger จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของระบบอากาศได้มากแต่เมื่อ density เกินระดับหนึ่ง ปัญหาจะเริ่มปรากฏชัด
Hot spot ควบคุมยาก
Fan power consumption สูงขึ้นมาก
ΔT ระหว่าง inlet และ outlet สูงเกินออกแบบ
ความแตกต่างของอุณหภูมิใน data hall เพิ่มขึ้น
ผลกระทบไม่ได้อยู่แค่ในเชิงเทคนิคมันกระทบค่าไฟฟ้าโดยตรงและกระทบ PUE ซึ่งเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลักของอุตสาหกรรมนี้
3. รูปแบบหลักของ Liquid Cooling
Liquid cooling ไม่ได้มีรูปแบบเดียวแต่มีสถาปัตยกรรมหลายแบบที่เหมาะกับบริบทต่างกัน
3.1 Direct-to-Chip Cooling
ของเหลวถูกส่งผ่านท่อไปยัง cold plate ที่สัมผัส CPU และ GPU โดยตรงความร้อนถูกดูดออกจากแหล่งกำเนิดทันที
ข้อดีสำคัญคือ
สามารถลดภาระระบบลมได้อย่างมาก
และยังสามารถใช้ร่วมกับ air cooling แบบ hybrid
ความยืดหยุ่นนี้ทำให้เหมาะกับ data center ที่ต้องการ retrofit โดยไม่รื้อระบบทั้งหมด
3.2 Immersion Cooling
อุปกรณ์ IT ถูกจุ่มในของเหลวชนิดไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้าความร้อนจากทุกพื้นผิวถูกถ่ายเทสู่ของเหลวโดยตรง
ระบบนี้
ให้ความสม่ำเสมอในการควบคุมอุณหภูมิ
ลดการใช้พัดลมภายในเซิร์ฟเวอร์
และเหมาะกับ cluster AI ความหนาแน่นสูงมาก
อย่างไรก็ตาม การบำรุงรักษาและ workflow ในการเปลี่ยนอุปกรณ์ต้องปรับใหม่ทั้งหมดจึงมักเหมาะกับโครงการใหม่มากกว่าการปรับปรุงอาคารเดิม
4. Infrastructure ที่ต้องคิดแบบใหม่
การเปลี่ยน medium จากอากาศเป็นของเหลวไม่ใช่แค่การเพิ่มท่อเข้าไปใน rack
มันคือการออกแบบระบบความร้อนใหม่ทั้ง ecosystem
องค์ประกอบหลักได้แก่
Coolant Distribution Unit (CDU)
ปั๊มน้ำที่ออกแบบ redundancy
ระบบควบคุมอัตราการไหลและแรงดัน
Heat exchanger
ระบบตรวจจับการรั่ว
ระบบบริหารความเสี่ยงและ SOP ใหม่สำหรับทีม O&M
Reliability กลายเป็นหัวใจสำคัญเพราะ workload AI มีต้นทุน downtime สูงกว่าระบบทั่วไปอย่างมาก
5. ผลกระทบต่อพลังงานและความยั่งยืน
หนึ่งในข้อได้เปรียบที่สำคัญของ liquid cooling คือสามารถทำงานที่อุณหภูมิน้ำสูงกว่าระบบ chiller แบบดั้งเดิม
เมื่อ supply water temperature สูงขึ้น
โอกาสใช้ free cooling เพิ่มขึ้น
การพึ่งพา chiller ลดลง
fan energy ลดลง
ในมุม ESG นี่คือเครื่องมือสำคัญในการควบคุมการปล่อยคาร์บอนของดาต้าเซ็นเตอร์
ในหลายประเทศ การออกแบบที่รองรับ heat reuse
นำความร้อนทิ้งไปใช้ในระบบทำความร้อนอาคาร
กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียว
6. มุมมองเชิงอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน
สำหรับเจ้าของอาคารและนักลงทุนLiquid cooling มีนัยมากกว่าประสิทธิภาพเชิงเทคนิค
มันคือความสามารถในการรองรับ tenant รุ่นใหม่
AI operator จะถามคำถามเช่น
รองรับ rack density เท่าไร
ระบบน้ำรองรับ flow rate สูงสุดเท่าไร
Redundancy ระดับใด
โครงสร้างพื้นรับน้ำหนัก immersion tank ได้หรือไม่
สินทรัพย์ที่ไม่สามารถรองรับ liquid cooling มีความเสี่ยง obsolescence สูงในอีก 5–10 ปีข้างหน้า
ในทางกลับกันสินทรัพย์ที่ออกแบบเผื่อ liquid cooling ตั้งแต่ต้น มีความยืดหยุ่นสูงกว่าและมีศักยภาพสร้างรายได้ในระยะยาวมากกว่า
7. ความท้าทายที่ต้องบริหาร
แม้ข้อดีชัดเจนการนำ liquid cooling มาใช้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
CapEx เริ่มต้นสูงกว่า
ความซับซ้อนของระบบท่อ
ความต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะ
การจัดการความเสี่ยงการรั่ว
การ retrofit อาคารเก่าต้องตรวจสอบโครงสร้างพื้นเส้นทางท่อพื้นที่สำหรับ CDUและการเชื่อมต่อกับระบบ chilled water เดิม
8. Hybrid Cooling: ทางสายกลางที่ใช้งานได้จริง
ในหลายกรณี Hybrid cooling คือคำตอบที่สมดุล
Rack สำหรับ AI ใช้ liquid cooling
Rack ทั่วไปยังใช้ air cooling
แนวทางนี้ช่วยให้
ควบคุมงบประมาณ
เพิ่ม flexibility
ปรับขยายตามการเติบโตของ workload
นี่คือแนวทางที่ data center หลายแห่งกำลังเลือกใช้
9. แนวโน้มในอีกสิบปีข้างหน้า
Rack density จะเพิ่มขึ้น
AI workload จะเป็นสัดส่วนหลัก
ต้นทุนพลังงานจะมีบทบาทเชิงกลยุทธ์มากขึ้น
ข้อกำหนดด้าน ESG จะเข้มงวดขึ้น
Liquid cooling จะค่อย ๆ กลายเป็นมาตรฐานใหม่โดยเฉพาะใน hyperscale และ AI-focused data center
คำถามสำคัญไม่ใช่ว่า “จะใช้หรือไม่”แต่คือ “จะเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมอย่างไรตั้งแต่วันนี้”
10. บทสรุป
ในอดีต ดาต้าเซ็นเตอร์แข่งขันกันที่ความเร็วของเครือข่ายต่อมาคือความเสถียรของระบบไฟฟ้าวันนี้ การแข่งขันเริ่มขยับมาที่ “การจัดการความร้อน”
Liquid cooling ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกทางวิศวกรรมมันคือโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจ AI
สำหรับผู้พัฒนา ผู้บริหารสินทรัพย์ และนักลงทุนการเข้าใจเทคโนโลยีนี้อย่างลึกซึ้งไม่ใช่แค่การตามเทรนด์
มันคือการรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินทรัพย์ในระยะยาวในโลกที่ความร้อนคือข้อจำกัดและการจัดการความร้อนอย่างชาญฉลาด คือข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์


