top of page

Next-Gen Living: เมื่อพฤติกรรมคนรุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนอนาคตคอนโดกรุงเทพฯ

จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์

Head of Property Management, JLL Thailand

เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

30 November 2025


ree

ตลาดคอนโดในกรุงเทพฯ ไม่ได้เปลี่ยนเพราะอาคารใหม่สวยขึ้นแต่กำลังเปลี่ยนเพราะ คนรุ่นใหม่ที่อยู่อาศัยในเมือง เปลี่ยนพฤติกรรมแบบพลิกเกม


และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ส่งผลต่อทั้งผู้พัฒนาโครงการและทีมบริหารอาคารโดยตรง


คำถามสำคัญคือ คนรุ่นใหม่อยากอยู่คอนโดแบบไหน? และ อะไรคือมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยในเมือง?


ลองมาดูทีละประเด็น


1) คนรุ่นใหม่เช่ามากกว่าซื้อ เพราะต้องการ “อิสระ”


ปัจจุบันคนอายุ 25–40 ปีในกรุงเทพฯมีแนวโน้ม “เช่า” มากกว่า “ซื้อ” สูงที่สุดในประวัติศาสตร์


เหตุผลไม่ใช่เพราะไม่อยากมีบ้านแต่เพราะคอนโดมีราคาสูง ดอกเบี้ยสูง รายได้ไม่โตเท่าค่าใช้จ่ายและการเป็นเจ้าของคอนโด คือการจำกัดโอกาสในชีวิต


สำหรับคนรุ่นใหม่“การเช่า 12 เดือน”ให้ความคล่องตัวมากกว่า“การผ่อน 30 ปี”


ผลที่เกิดขึ้นคือหลายโครงการในกรุงเทพฯกลายเป็นอาคารที่มีผู้เช่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ


2) ย้ายบ่อยขึ้น เพราะต้องการชีวิตที่สะดวกกว่าเดิม


คนรุ่นใหม่พร้อมย้ายที่อยู่ทันที หากพบว่า

  • ที่ใหม่ใกล้ที่ทำงานกว่า

  • ระบบคมนาคมดีขึ้น

  • ค่าเช่าคุ้มกว่า

  • หรือโปรโมชันน่าสนใจ


ค่าเฉลี่ยการอยู่คอนโดหนึ่งที่ของคนรุ่นใหม่สั้นลงเรื่อยๆ


แปลว่าอาคารต้องจัดการ Move-in/Move-out ถี่ขึ้น ต้องมีระบบที่เป็นระเบียบและต้องตรวจสภาพห้องแบบโปร่งใส เพราะมีการส่งต่อยูนิตบ่อยมาก


การบริหารอาคารแบบยุคเก่าเริ่มตามความเร็วของตลาดไม่ทันอีกต่อไป


3) คนรุ่นใหม่มีสัตว์เลี้ยงมากขึ้น จนกลายเป็น “เพื่อนร่วมชีวิต”


นี่คือ Mega Trend ที่ชัดเจนที่สุดในเมืองใหญ่ทั่วโลก รวมถึงกรุงเทพฯ


สัดส่วนคนรุ่นใหม่ที่มีสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นทุกปีส่วนหนึ่งเพราะอยู่คนเดียวส่วนหนึ่งเพราะไม่รีบมีลูกและส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของ “ความสบายใจ”


คอนโดที่ “ไม่รับสัตว์เลี้ยง”เริ่มเสียตลาดสำคัญไปอย่างช้า ๆ แต่ต่อเนื่องเพราะกลุ่มนี้กำลังโตขึ้นเรื่อย ๆ


อาคารที่ปรับตัวได้เร็วกว่าจะได้เปรียบ เช่น Pet zone, Pet lift, Pet washing station และ กฎระเบียบที่ชัดเจนแต่เป็นมิตร


4) ครอบครัวเล็กลง จนพื้นที่และบริการต้องปรับตาม


คนรุ่นใหม่แต่งงานช้าลงมีลูกน้อยลงหรือบางคนไม่อยากมีลูกเลย


ผลคือความต้องการพื้นที่ของคอนโดเปลี่ยนไปทันที:

  • ห้องไม่ต้องใหญ่ แต่ต้องใช้พื้นที่คุ้ม

  • Co-working สำคัญกว่าห้องเด็ก

  • พื้นที่ outdoor คุณภาพดี มีมูลค่ามากขึ้น

  • ฟิตเนสต้องใช้งานได้จริง ไม่ใช่ของตกแต่ง


โครงการที่ตอบโจทย์ “ครอบครัวขนาดเล็ก” ได้มักมีความต้องการสูงกว่าตลาด


5) ทุกอย่างต้องผ่านมือถือ เพราะ “เวลา” คือสิ่งมีค่าที่สุด


สิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการไม่ใช่ความล้ำสมัยแต่คือ ไม่อยากเสียเวลา


ดังนั้นคอนโดในอนาคตต้องมี:

  • การเปิดประตูด้วย Face/QR/Code

  • แจ้งซ่อมผ่านแอป แล้วเห็นสถานะ

  • จองพื้นที่ส่วนกลางออนไลน์

  • จ่ายค่าส่วนกลางอัตโนมัติ

  • Smart parcel & cold delivery


คอนโดที่ช่วยประหยัดเวลาได้คือคอนโดที่ “ถูกเลือกก่อน”


6) ชุมชนสำคัญขึ้น เพราะคนรุ่นใหม่โดดเดี่ยวมากขึ้น


แม้คนรุ่นใหม่จะชอบความเป็นส่วนตัวแต่พวกเขาต้องการ “ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่” มากขึ้นด้วย


กิจกรรมที่ดูธรรมดา เช่น

  • Yoga เช้าวันเสาร์

  • วิ่งรอบโครงการ

  • Pet meetup

  • เวิร์กช็อปเล็ก ๆ

  • Movie night


กลับเป็นตัวสร้างคุณค่าให้กับอาคารเพราะช่วยลดความโดดเดี่ยวและทำให้คนอยากอยู่ต่อ


อาคารที่มี community ดี ๆ มีอัตราย้ายออกต่ำกว่าชัดเจน


7) Wellness-first เพราะคุณภาพชีวิตสำคัญกว่าขนาดห้อง


คนรุ่นใหม่ยอมอยู่ห้องเล็ก แต่ต้อง “อยู่แล้วสบาย”


ความสบายในนิยามใหม่ประกอบด้วย:

  • อากาศดี

  • ความชื้นไม่สูง

  • ระบายอากาศเพียงพอ

  • พื้นที่ส่วนกลางใช้งานได้จริง

  • ฟิตเนสคุณภาพดี

  • ความปลอดภัยแม่นยำ


เมืองที่ร้อน อับ และมี PM2.5 สูงอย่างกรุงเทพฯทำให้คนรุ่นใหม่ใส่ใจ Wellness มากขึ้นเรื่อย ๆ


โครงการที่ให้คุณภาพชีวิตที่ดีจะได้เปรียบในระยะยาว


สรุป: คอนโดกรุงเทพฯกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Next-Gen Living


พฤติกรรมคนรุ่นใหม่กำลังเปลี่ยน “กติกา” ของตลาดคอนโดอย่างชัดเจน:

  • เช่ามากขึ้น

  • ย้ายบ่อยขึ้น

  • เลี้ยงสัตว์มากขึ้น

  • ครอบครัวเล็กลง

  • ต้องการระบบดิจิทัล

  • หาคอมมูนิตี้

  • ใส่ใจ Wellness


ทั้งหมดนี้คือแนวโน้มที่บอกว่า คอนโดในอนาคต จะไม่ใช่แค่ที่อยู่ แต่เป็นบริการที่ต้องทำให้ชีวิตง่ายขึ้นกว่าเดิม


ผู้พัฒนาและผู้บริหารอาคารที่เข้าใจเทรนด์นี้ก่อนจะมีโอกาสสร้าง “มาตรฐานใหม่” ของการอยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และแข่งในตลาดที่เปลี่ยนแปลงเร็วได้อย่างมั่นใจกว่าใคร

Chakrapan Pawangkarat

  • TikTok
  • Facebook
  • LinkedIn
  • Instagram
  • Youtube
bottom of page