top of page

เมื่อความสูงคือความรับผิดชอบ: บทเรียนจากเหตุเครนพังสู่หลักคิดความปลอดภัยพื้นฐานในงานบริหารอาคาร

จักรพันธ์ ภวังคะรัตน์

Head of Property Management, JLL Thailand

เลขาธิการ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

18 January 2026




เมืองที่ไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาดตกลงมาอย่างเงียบๆ


เหตุเครนพังต่อเนื่อง วัสดุตกใส่รถไฟในวันหนึ่ง และตกใส่รถยนต์ในอีกวันหนึ่ง เป็นข่าวที่สะเทือนสังคมในเวลาใกล้เคียงกัน สิ่งที่น่าคิดไม่ใช่เพียงสาเหตุเชิงเทคนิคของอุบัติเหตุแต่ละครั้ง แต่คือความจริงข้อเดียวกันที่ปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ เมืองของเราไม่มีพื้นที่ว่างให้ความผิดพลาดจากที่สูงตกลงมาโดยไม่กระทบใครอีกต่อไป ทุกตารางเมตรด้านล่างของงานที่สูงขึ้นไป คือพื้นที่ใช้งานของผู้คน ระบบขนส่ง ทรัพย์สิน และความเชื่อมั่นของสังคม และนี่คือบริบทใหม่ที่งานบริหารอาคารต้องเผชิญอย่างตรงไปตรงมา


หลักคิดที่ต้องยึดให้มั่น: ห้ามทำงานเหนือพื้นที่ที่มีคนใช้งาน


หัวใจของความปลอดภัยพื้นฐานในงานบริหารอาคาร คือการยอมรับอย่างไม่ลังเลว่า การทำงานเหนือพื้นที่ที่มีคนใช้งานอยู่ด้านล่าง คือความเสี่ยงระดับสูงสุด และต้องถูกควบคุมอย่างเด็ดขาด หากพื้นที่ด้านล่างยังมีคนเดิน ใช้งาน หรือสัญจรอยู่ งานในที่สูงไม่ควรเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด การกั้นพื้นที่ต้องเป็นการกั้นจริงจนทำให้พื้นที่ด้านล่าง “ไม่มีคน” ไม่ใช่เพียงการติดป้ายเตือนหรือขึงเทปเชิงสัญลักษณ์ เพราะแรงโน้มถ่วงไม่เคยอ่านป้าย และความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้


ความพร้อมของคน สำคัญกว่าความเร่งของงาน


หนึ่งในบทเรียนที่มักถูกมองข้าม คือความจริงที่ว่า ผู้ทำงานในที่สูงไม่ได้ต้องการแค่ทักษะ แต่ต้องมีสภาพร่างกายและสภาพจิตใจที่พร้อมอย่างแท้จริง การตรวจความพร้อมของผู้ปฏิบัติงานจึงไม่ควรถูกมองเป็นขั้นตอนเชิงเอกสาร แต่เป็นมาตรการป้องกันอุบัติเหตุโดยตรง การมีใบรับรองแพทย์ที่เหมาะสม การตรวจแอลกอฮอล์ก่อนเริ่มงาน และการให้อำนาจหัวหน้างานหรือผู้บริหารอาคารในการไม่อนุญาตให้เริ่มงาน หากพบความไม่พร้อม แม้งานนั้นจะเร่งหรือมีแรงกดดันจากตารางเวลา คือเส้นแบ่งระหว่างองค์กรที่บริหารความเสี่ยงอย่างแท้จริง กับองค์กรที่เพียงหวังว่าเหตุร้ายจะไม่เกิดขึ้น


อุปกรณ์ในงานที่สูง ไม่ใช่เครื่องมือ แต่คือระบบป้องกันชีวิต


ในงานที่เกี่ยวข้องกับความสูง อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องถูกมองว่าเป็นแนวป้องกันชีวิต ไม่ใช่แค่ของที่ “พอใช้ได้” เชือก เข็มขัดนิรภัย จุดยึดโยง นั่งร้าน บันได หรือแม้แต่เครื่องมือชิ้นเล็ก ล้วนต้องผ่านการตรวจสภาพก่อนใช้งานจริงทุกครั้ง อุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพ หลวม หรือไม่ได้มาตรฐาน ไม่ควรถูกนำมาใช้งานแม้เพียงชั่วคราว เพราะความล้มเหลวของอุปกรณ์เพียงจุดเดียว อาจนำไปสู่อุบัติเหตุที่ไม่มีโอกาสแก้ไขในภายหลัง งานบริหารอาคารที่เป็นมืออาชีพจึงต้องกล้ายืนหยัดกับมาตรฐาน แม้ต้องแลกกับความล่าช้าในระยะสั้น


อันตรายที่แท้จริงมักมาจาก “วัตถุ” ไม่ใช่ “คน”


ในอาคารที่มีการใช้งานจริง อุบัติเหตุร้ายแรงจำนวนมากไม่ได้เกิดจากการตกของผู้ปฏิบัติงาน แต่เกิดจากวัตถุตกจากที่สูง เครื่องมือ น็อต เศษวัสดุ หรืออุปกรณ์ชั่วคราวที่ไม่ได้รับการยึดโยงอย่างเหมาะสม สามารถกลายเป็นอันตรายร้ายแรงเมื่อหล่นลงสู่พื้นที่ด้านล่าง งานบริหารอาคารจึงต้องขยายมุมมองจากการป้องกันคนตก ไปสู่การควบคุมทุกสิ่งที่อยู่เหนือศีรษะของผู้อื่น การยึดโยง การจัดเก็บ และการออกแบบวิธีทำงานให้ไม่มีของหลวม คือมาตรฐานขั้นต่ำที่ไม่ควรถูกต่อรอง


พื้นที่ด้านล่างคือผู้มีส่วนได้เสียหลักของทุกงานที่สูง


เหตุเครนพังที่กระทบผู้ใช้ถนนและระบบขนส่ง สะท้อนบทเรียนสำคัญว่า พื้นที่ด้านล่างไม่ใช่แค่บริบทประกอบ แต่คือผู้มีส่วนได้เสียหลักของทุกงานในที่สูง การอนุญาตงานในอาคารจึงไม่ควรถามเพียงว่าใครเป็นผู้รับเหมา หรือมีเอกสารครบหรือไม่ แต่ต้องถามว่า ใครอยู่ด้านล่าง ใช้งานพื้นที่นั้นอย่างไร และหากเกิดเหตุจะกระทบใครบ้าง การเปลี่ยนจุดศูนย์กลางการตัดสินใจไปสู่ผู้ใช้งานด้านล่าง คือก้าวสำคัญของการบริหารอาคารในเมืองหนาแน่น


จากผู้อนุญาตงาน สู่ผู้กำกับความเสี่ยง


ในโลกปัจจุบัน บทบาทของผู้บริหารอาคารไม่ควรหยุดอยู่ที่การเซ็นอนุญาตหรือดูแลให้ขั้นตอนครบถ้วน แต่ต้องยกระดับเป็นผู้กำกับความเสี่ยง ผู้ที่กล้าตั้งคำถาม กล้าชะลอ และกล้าหยุดงานเมื่อเห็นว่าความเสี่ยงยังไม่ถูกจัดการอย่างเพียงพอ เพราะเมื่อเกิดเหตุจริง ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อผู้เช่า ผู้ใช้บริการ สื่อ และสังคม ไม่ใช่ช่างบนที่สูง แต่คือผู้ดูแลอาคารและเจ้าของทรัพย์สิน


บทสรุป: ความสูงคือมาตรวัดวุฒิภาวะของการบริหารอาคาร


หลักความปลอดภัยเหล่านี้อาจฟังดูพื้นฐาน แต่เหตุการณ์ร้ายแรงส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากการละเลยสิ่งพื้นฐานเหล่านี้เสมอ ในงานบริหารอาคาร ความสูงไม่ใช่เพียงระยะทางทางกายภาพ แต่คือระดับของความรับผิดชอบต่อชีวิตที่อยู่ด้านล่าง ในเมืองที่ไม่มีช่วงเวลา “ปลอดคน” อย่างแท้จริง การทำงานในที่สูงจึงไม่ใช่แค่งานเทคนิคอีกต่อไป แต่คือบททดสอบวุฒิภาวะของระบบบริหารอาคารทั้งระบบ

Chakrapan Pawangkarat

  • TikTok
  • Facebook
  • LinkedIn
  • Instagram
  • Youtube
bottom of page